ทุกคนควรรู้จัก

กราฟแท่งเทียนขาลงทั้ง 5 รูปแบบที่นักลงทุน Bitcoin ทุกคนควรรู้จัก

กราฟแท่งเทียนขาลงทั้ง 5 รูปแบบที่นักลงทุน Bitcoin ทุกคนควรรู้จัก

รูปแบบกราฟแท่งเทียนเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะหนึ่งในเครื่องมือบนกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของราคาสำหรับเหล่านักลงทุนคริปโต กราฟดังกล่าวนั้นมีหลายหลายรูปแบบซึ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ อีกทั้งบางส่วนนั้นเป็นรูปแบบที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะในช่วงขาลงนี้ ซึ่งแท่งเทียนชนิดเดียวกันนั้นอาจให้ความหมายต่างกันได้หากตั้งอยู่คนละที่บนกราฟ ดังนั้นแล้วการทำความเข้าใจจุดซึ่งแท่งเทียนนั้นตั้งอยู่และความหมายของรูปแบบของแท่งเทียนแต่ละชนิดนั้นจึงมีความสำคัญมากในการตีความรูปแบบราคา

ทุกคนควรรู้จัก

รูปแบบแท่งเทียนแบบแรกนี้เป็นกราฟแท่งเทียนสองชนิดคู่กันที่บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ในการกลับตัวของราคา ซึ่งรูปแบบกราฟแท่งเทียนดังกล่าวนั้นแท่งเทียนแรกจะมีขนาดใหญ่และเป็นสีเขียว ส่วนแท่งเทียนถัดมาที่อยู่คู่กันนั้นจะมีสีแดงและมีช่วงเทียนที่เล็กกว่า โดยในกรณีที่ดีที่สุดนั้นแท่งเทียนหลังควรที่จะมีช่วงตัวสั้นกว่าแท่งเทียนสีเขียวซึ่งอยู่ด้านหน้า โดยเฉพาะการที่แท่งเดียวหลังนั้นมีลักษณะแบบ Doji นั้นจะเป็นกรณีที่สามารถตีความได้ชัดเจนมากที่สุด

ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “Harami” นั้นหมายความว่า การ “ตั้งท้อง” ซึ่งในรูปแบบกราฟแท่งเทียนดังกล่าวแท่งเทียนสีเขียวด้านหน้าเปรียบเสมือน “แม่” และแท่งเทียนที่ตามมาคือ “ลูก” นั่นเอง

ทุกคนควรรู้จักแ

รูปแบบต่อมาที่เรียกว่า “Dark Cloud Cover” นั้นมักจะตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงราคาที่ไม่สู้ดีนักเหมือนกับช่วงฟ้าครึ้มฝนที่กำลังตั้งเค้ามาไกล ๆ เช่นเดียวกับชื่อของมัน โดยกราฟแท่งเทียนคู่นี้นั้นจะเป็นตัวที่ปรากฏเพื่อส่งสัญญาณถึงการกลับตัวเข้าสู่ช่วงขาลงหลังจากราคาได้มีการไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงขาขึ้นแล้วนั่นเอง

ในกราฟแท่งเทียนรูปแบบนี้ แท่งเทียนแรกนั้นจะมีขนาดใหญ่และมีสีเขียว อีกทังยังตามมาด้วยแท่งเทียนสีแดงที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งนี้แท่งเทียนที่สองนั้นได้เปิดตัวด้วยช่วงราคาที่สูงแต่กลับปิดตลาดลงด้วยช่วงราคาที่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของแท่งเทียนในช่วงวัน รูปแบบคู่ของกราฟแท่งเทียนเช่นนี้นั้นเป็นการส่งสัญญาณถึงการที่ช่วงขาลงนั้นได้เข้าครอบครองตลาดในช่วงนั้นเป็นที่เรียบร้อย ทั้งส่งผลเป็นการกดราคาลงในช่วงกราฟแท่งเทียนถัดมาอีกด้วย

ทุกคนควรรู้จัก

รูปแบบกราฟแท่งเทียนถัดมานี้ในชื่อ “The Evening Star” นั้นเป็นรูปแบบที่แสดงถึงการกลับตัวเข้าสู่ช่วงขาลงโดยแสดงอยู่บนจุดสูงสุดของช่วงการไต่ระดับขึ้นของกราฟราคาหลังจากที่ปรากฏแท่งเทียนสีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ในลักษณะขาขึ้น จากนั้นจึงตามมาด้วยแท่งเทียนซึ่งมีช่วงช่องว่างบนแท่งเทียนขนาดเล็กด้านบนและด้านล่าง โดยที่แท่งเทียนดังกล่าวมีการปิดตลาดในช่วงที่ราคาอยู่กึ่งกลางของแท่งเทียนดังกล่าวนั่นเอง

ทั้งนี้แล้วแท่งเทียนแรกของรูปแบบดังกล่าวนั้นต้องเป็นสีเขียวและมีลักษณะรูปร่างของแท่งเทียนที่มีขนาดตัวที่ใหญ่ โดยมีแท่งเทียนถัดมาเป็นเสมือนดาวลอยอยู่เหนือแท่งเทียนแรก โดยแท่งเทียนดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะช่วงตัวที่สั้นมากทั้งช่วงตัวดังกล่าวนั้นจะไม่อยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงตัวของแท่งเทียนแรก อีกทั้งช่องว่างระหว่างช่วงตัวของแท่งเทียนทั้งสองนั้นมักจะอยู่ในลักษณะของแท่งเทียนแบบ Doji หรือแบบ Spinning Top ซึ่งยืนยันว่าเป็นรูปแบบแท่งเทียนแบบ The Evening Star นั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว รูปแบบกราฟแท่งเทียนดังกล่าวยังได้รับการยืนยันด้วยแท่งเทียนที่อยู่หลังจากแท่งเทียนที่ทำหน้าที่เป็นดวงดาว ซึ่งต้องเป็นแท่งเทียนสีแดงที่ปิดตลาดในช่วงราคาภายในกรอบช่วงตัวของแท่งเทียนแรกสุด นอกจากนี้แล้วในกรณีที่ดีที่สุดนั้นควรที่จะมีช่องว่างระหว่างแท่งเทียนแต่ละอันอีกด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากตลาดคริปโตนั้นมีการซื้อขายตลอดวัน ดังนั้นแล้วช่องว่างดังกล่าวจึงเป็นไปได้ยากในตลาดนี้ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายก็ได้ออกมากล่าวว่ารูปแบบแท่งเทียนดังกล่าวนี้สามารถใช้ตีความได้โดยไม่จำเป็นต้องมีช่องว่างระหว่างแท่งเทียนนั่นเอง

ทุกคนควรรู้จัก

รูปแบบกราฟแท่งเทียนแบบ “Shooting Star” นี้จะคล้ายกับในรูปแบบก่อน ซึ่งจะเป็นสัญญาณสำหรับการกลับตัวไปสู่ขาลง ทั้งนี้รูปแบบกราฟแท่งเทียนดังกล่าวนี้จะอยู่เป็นคู่ในช่วงของการไต่ระดับขึ้นของกราฟราคา โดยแท่งเทียนแรกนั้นจะมีลักษณะเป็นสีเขียวตามมาด้วยแท่งเทียนสีเขียวหรือสีแดงที่มีช่วงตัวขนาดเล็กและมีก้านเทียนด้านบนที่ยาว ซึ่งแท่งเทียนอันที่สองนี้จะมีลักษณะเหมือนค้อนแบบหัวคว่ำ ซึ่งกรณีอาจส่งสัญญาณถึงขาขึ้นได้หากอยู่ในช่วงต่ำสุดของตลาด

ก้านของแท่งเทียนด้านบนนั้นเป็นสัญญาณซึ่งชี้ให้เห็นว่าช่วงขาขึ้นนั้นได้เข้าควบคุมส่วนใหญ่ของการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก่อนที่จะพ่ายแพ้ให้กับแรงขายตลาดขาลงที่ตามมาซึ่งผลักให้ช่วงราคานั้นดิ่งลงไปปิดตลาดที่ช่วงราคาใกล้เคียงกันกับที่เปิดตลาดนั่นเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบนี้จะถูกยืนยันการลดลงของช่วงราคาด้วยแท่งเทียนถัดมาหากอยู่ในลักษณะแท่งเทียนสีแดงสำหรับขาลงนั่นเอง

ทุกคนควรรู้จัก

รูปแบบแท่งเทียนแบบสุดท้ายนี้ในชื่อ “Hanging Man” นั้นเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนเดี่ยวที่ส่งสัญญาณถึงการกลับตัวจากช่วงการเปลี่ยนแปลงราคาขาขึ้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงราคาแบบขาลง โดยแท่งเทียนดังกล่าวนั้นจะมีลักษณะก้านด้านล่างที่ยาว และมีช่วงลำตัวที่เล็กอยู่ด้านบน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะสังเกตเห็นรูปแบบนี้ในช่วงที่กราฟราคานั้นไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงนั้น ๆ

ในทางกลับกันหากกราฟรูปแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กราฟราคานั้นไต่ระดับลงสู่จุดต่ำสุดโดยมีลักษณะเหมือนค้อนนั้น จะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ช่วงขาขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นแปรผันไปตามแต่ละกรณีทั้งนี้รูปแบบกราฟแท่งเทียนดังกล่าวนี้แสดงถึงการที่เหล่าผู้ขายนั้นสามารถเข้าควบคุมช่วงราคาได้ส่วนหนึ่งของช่วงเวลาดังกล่าวอีกทั้งยังแสดงว่าช่วงขาลงนั้นได้ต้านทานช่วงราคาไว้และพยายามที่จะคงตัวช่วงการขายไว้ตามลักษณะของแท่งเทียนที่เกิดขึ้นตามมาได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *