George

George Ball กล่าว Bitcoin คือ สินทรัพย์ปลอดภัยที่สุด

นาย George Ball อดีต CEO ของบริษัทหลักทรัพย์ Prudential แล้วก็ปัจจุบันนี้เป็น CEO ของบริษัทการลงทุน Sanders Morris Harris กล่าวแนะนำว่า bitcoin หรือเหรียญคริปโตบางทีอาจเป็นสินทรัพย์ “Safe Haven” สำหรับนักลงทุนแล้วก็นักเทรดที่กำลังมองหาทางเลือกสำหรับในการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ

นาย Ball ซึ่งกล่าวถึงว่าตนเองนั่นเป็นฝ่ายตรงข้ามของ Bitcoin และก็ blockchain กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ตอนวันที่ 14 ส.ค.2020ว่า bitcoin หรือคริปโตเคอเรนซี่นั้น “มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก” อีกทั้งในระยะยาวและระยะสั้นรวมทั้งคาดการณ์ด้วยว่าผู้คนจะเริ่มหันมาใช้ตลาดคริปโตกันมากขึ้น หลังวันแรงงาน

“รัฐบาลไม่สามารถกระตุ้นตลาดได้ไปตลอด” นาย Ball กล่าว “สภาพคล่องที่กำลังไหลเข้าท่วมตลาดในที่สุดจะสิ้นสุดลง และไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลจะต้องเริ่มจ่ายเงินสำหรับการกระตุ้นสิ่งเหล่านี้ พวกเขาอาจจะขึ้นภาษี ? หรือถ้าไม่ พวกเขาก็จะพิมพ์เงินขึ้นมาอีก และหากพวกเขาพิมพ์เงินขึ้นมาอีก สิ่งนี้อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลดลงและหลักทรัพย์ประกันที่มีการป้องกันอัตราเงินเฟ้อของคลัง อย่างเช่น ‘TIPS’ ก็อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้”

สิ่งนี้น่าจะทำให้นักลงทุนและนักเทรดที่มั่งคั่งหันมาใช้ Bitcoin “หรืออะไรทำนองนั้นเป็นหลัก” เขากล่าวสรุปโดยบอกเป็นนัย ๆ ว่า ความสนใจในคริปโตเคอเรนซี่ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนระดับสถาบัน

ดูเหมือนว่านาย Ball ไม่ใช่คนแรกที่สังเกตเห็นแนวโน้มของการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

เมื่อย้อนกลับไปในเดือนเมษายนนาย Mike Novogratz CEO ของบริษัท Galaxy Digital ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Bloomberg TV ว่าเขาได้สังเกตเห็นผู้เล่นรายใหม่รวมถึงกองทุนเฮดจ์ฟัจด์ และนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้เข้าซื้อคริปโตเคอเรนซี่ ท่ามกลางความสั่นคลอนทางด้านการเงินที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19

นาย Ball กล่าวเน้นย้ำด้วยว่า การแสวงหาคริปโตเคอเรนซี่เพื่อใช้เป็นการลงทุนทางเลือกนั่นไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการ “มีบางอย่างที่รัฐบาลไม่สามารถบ่อนทำลายได้”

เจ้ามือคริปโต

Bitcoin จำนวนกว่า 9,000 BTC ทำการเคลื่อนย้าย จ่ายค่าธรรมเนียมแค่ 1 ดอลลาร์

เมื่อเร็วๆนี้ เจ้ามือคริปโต รายใหญ่ได้ทำการโยกย้ายเหรียญ Bitcoin จำนวนกว่า 9,000 BTC หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 106 ล้านดอลลาร์ โดยมีค่าธรรมเนียมสำหรับในการทำธุรกรรมเพียง 1.16 ดอลลาร์เพียงแค่นั้น

เจ้ามือคริปโต

การทำธุรกรรมในคราวนี้ ถูกสังเกตเห็นโดย บอทที่เฝ้าติดตามมองธุรกรรมบล็อคเชนอยู่เป็นประจำชื่อว่า ‘Bitcoin Block’

อ้างอิงข้อมูลล่าสุดบน block explorer เจ้ามือได้กระทำโยกย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่เหมือนกันถึงสามใบด้วยกัน

กระเป๋าเงินไม่รู้จักที่ได้รับ Bitcoin เป็นจำนวน 5,000 BTC ได้โอนเหรียญไปยังกระเป๋าเงินอีกสองใบ หนึ่งในนั้นคือกระเป๋าเงิน Bitcoin ที่มีการทำธุรกรรมมากถึง 4,774 รายการจนถึงปัจจุบัน ส่วนอีกกระเป๋าหนึ่งได้รับเหรียญ Bitcoin จำนวนกว่า 4,000.458 BTC และต่อมาได้โอนเหรียญคริปโตไปยังกระเป๋าเงินที่แตกต่างกันสามใบ โดยที่เงินส่วนใหญ่ในนั้นยังไม่ได้ถูกใช้

BitInfoCharts แสดงให้เห็นว่าการทำธุรกรรมจำนวน 9,000 BTC ถูกส่งไปยังกระเป๋าเงินของเจ้ามือครั้งแรกในวันที่ 29 มิถุนายน และ กระเป๋าเงินดังกล่าวไม่มีการทำธุรกรรมมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งในที่สุดเจ้าของกระเป๋าเงินใบนี้ก็เริ่มเคลื่อนย้ายเหรียญอย่างกะทันหันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามเจ้ามือ Bitcoin ดังกล่าวอาจเป็นเว็ปเทรด , ผู้ให้บริการดูแลรับฝากสินทรัพย์ คริปโต หรือสถาบันการลงทุนที่จัดการสินทรัพย์ดิจิทัลในนามของลูกค้า ที่ต้องการโยกย้ายเหรียญ BTC ของพวกเขาไปยังกระเป๋าเงินหลายใบเพื่อรักษาความปลอดภัยให้สูงขึ้น…

SEB

นักขุด Bitcoin ขโมยไฟฟ้าจาก SEB

ตำรวจของถิ่นมาเลเซียได้ทำการจับกุมเหมืองขุดคริปโตเคอเรนซี่ทั้งหมด 4 แห่งร่วมกันภายหลังที่ค้นพบว่าพวกเขากระทำการลักขโมยพลังงานไฟฟ้าจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ Sarawak Energy Berhad หรือ SEB

โดยอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ Malay Mail ทางตำรวจใช้เวลาราวๆ 2 วันนั้นอาจารย์ตามรอยไปถึงเหมืองขุดทั้งหมด 4 แห่งด้วยกัน โดยเมืองเหล่านี้ตั้งอยู่ในเมือง Jalan Tun Ahmad Saudi Adruce, Jalan Pahlawan, แล้วก็ Jalan Tunku Abdul Rahman

SEB

หน่วยตรวจสอบการใช้พลังงานไฟฟ้า Electrical Inspectorate Unit หรือ EIU จาก Sarawak Ministry of Utilities ได้กระทำการเข้าร่วมสืบสวนสอบสวนในคราวนี้แล้วก็พวกเขาได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการขโมยพลังงานไฟฟ้าใช้ดังกล่าวว่า

“ในทุกสถานที่ดูเหมือนว่าจะมีการค้นพบสายไฟที่ถูกเชื่อมต่อมาอย่างไม่ปลอดภัยจากแหล่งจ่ายไฟหลักที่ถูกซ่อนอยู่ในฝ้าเพดานและถูกต่อเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง ถือเป็นการต่อไฟตรงโดยมีจุดประสงค์เพื่อการหลบเรียนมิเตอร์จ่ายไฟ”

รายงานเผยว่าเหมือนคุณเหล่านั้นจ่ายค่าไฟเพียงแค่เดือนละประมาณ $191 เท่านั้น โดยถือเป็นความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อให้ดูว่าพวกเขายังคงจ่ายค่าไฟฟ้าแต่แท้จริงแล้วค่าไฟที่แท้จริงมีเยอะกว่านั้นมาก

นอกจากนี้สถิติจาก EIU แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้มีคดีความที่เกี่ยวกับการขโมยไฟฟ้าใช้เพื่อนำไปขุดเหรียญคริปโตที่เพิ่มมากขึ้นมาตั้งแต่ปี 2018

สาเหตุหลักๆนั้นก็เป็นเพราะว่าหากคุณสามารถทำเหมืองขุดเหรียญคริปโตโดยที่ไม่ต้องมีต้นทุนค่าไฟฟ้าคุณก็จะแทบไม่มีต้นทุนในการทำธุรกิจดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าคุณจะขุดได้น้อยขนาดไหนแต่คนก็ยังคงมีกำไรเนื่องจากว่าคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าไฟเอง

แม้ว่า bitcoin นั้นจะได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้แต่การขโมยไฟฟ้าใช้เพื่อขุดเหรียญดังกล่าวนั้นจะส่งเสียผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของวงการคริปโต ซึ่งปัจจุบันหลายๆคนมักจะมอง bitcoin ว่าเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายอย่างเช่นการฟอกเงิน และดูเหมือนพวกเขาอาจจะนำเรื่องการขโมยไฟฟ้าเพื่อการขุดเข้าไปเป็นจุดโจมแล้วในเร็วๆนี้…

คริปโตเคอเรนซี่

ระวังตกเป็นเหยื่อ แอบอ้างชื่อเจ้าสัว CP หลอกให้ลงทุน Bitcoin

ในยุคที่การหลอกลวง คริปโตเคอเรนซี่ บนโลกอินเตอร์เน็ตกำลังแพร่ระบาดอย่างมาก อย่างที่เราๆเคยได้เห็นไปแล้วบนทวีตเตอร์ ล่าสุดการหลอกหลวงให้ลงทุน Bitcoin ในประเทศไทยเริ่มปรากฏให้มองเห็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆในตอนที่มูลค่าของคริปโตเคอเรนซี่กำลังเพิ่มสูงมากขึ้นรวมทั้งเปลี่ยนเป็นที่สนใจในกลุ่มนักลงทุนคนไทย

อ้างอิงรายงานข่าวจาก bangkokbiznews รวมทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เผยเมื่อเร็วๆนี้ว่า แพลตฟอร์มการลงทุนคริปโต ‘Bitcoin Loophole’ ได้แอบอ้างใช้ชื่อของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ว่ามีการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าว ‘เรื่องเล่าเช้านี้’

ทั้งนี้แพลตฟอร์มได้พูดถึงเรื่องการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว ด้วยคริปโตเคอเรนซี่เพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อและลงทุนในแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังได้อ้างอีกว่ารายงานนี้เป็นรายงานฉบับพิเศษจากเว็ปไซต์ sanook.com เพื่อทำให้การหลอกหลวงในครั้งนี้ฟังดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีทางหลังจากที่มีเรื่องราวนี้เกิดขึ้นทางบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ CP ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และนาย ธนินท์ เจียรวนนท์ ไม่เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หรือเกี่ยวข้องกับการลงทุนคริปโตเคอเรนซี่ตามที่แอบอ้างแต่อย่างใด ดังนั้นนาย ธนินท์ เจียรวนนท์ จึงได้เตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแพลตฟอร์ม

ปัจจุบันการหลอกหลวงคริปโตเคอเรนซี่มักจะมาในรูปแบบใหม่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้แอบอ้างชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ ดังนั้นแล้วนักลงทุนทุกท่านควรเสพข่าวอย่างระมัดระวัง และขอความร่วมมืออย่าแชร์ต่อ เพราะจะเกิดความเสียหาย และร่วมกันหยุดมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ต่อไป…

ส่งสัญญาณที่ดีต่อตลาด

Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ ราคาพุ่งทะลุ 10,300 ดอลลาร์

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุระดับ 10,200 ดอลลาร์สำเร็จแล้ว ภายหลังที่มันไม่อาจจะข้ามผ่านแนวนี้ไปได้พักใหญ่ๆนับว่าเป็นระดับแนวต่อต้านที่แกร่งมาก ซึ่ง ส่งสัญญาณที่ดีต่อตลาด Bitcoin

ส่งสัญญาณที่ดีต่อตลาด

จากกราฟรายวันของ TradingView ชี้ให้เห็นว่าราคา Bitcoin ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆจากระดับ 9,600 แล้วก็พุ่งทะยาน กราฟเริ่มชันจนกระทั่งราคาพุ่งแตะ 10,000 ดอลลาร์ในช่วงห้าโมงเย็นของเมื่อที่ 26 ก.ค. 2020 ก่อนที่จะย่อตัวลงน้อย วิ่งไซด์เวย์แล้วก็พุ่งไปต่ออีกรอบในวันนี้

โดยระหว่างที่รายงานอยู่นี้ราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับ 10,220 ดอลลาร์ ไม่แน่ว่าที่ราคาพุ่งสูงเมื่อเร็วๆนี้มีเหตุใดเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

ในช่วงนี้ตลาดหุ้น Nasdaq ค่อนข้างจะมีผลการดำเนินงานไม่ค่อยดีนัก รายงานก่อนหน้านี้ของทางสยามบล็อกเชนเผยว่าดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลงไปประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนดัชนี S&P 500 ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีคือเมื่อช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาของตลาด S&P500 ก็ได้ร่วงลงมาประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ซึ่งส่งผลทำให้กราฟรายสัปดาห์นั้นร่วงลงมาประมาณ 0.6 เปอร์เซ็นต์

โดยปกติแล้วตลาด Bitcoin มักจะมีทิศทางเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นแต่ครั้งนี้ดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้วหลังจากที่ราคา Bitcoin ได้พุ่งทะยานทะลุ 10,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดหุ้นและตลาด Bitcoin ไม่ได้สัมพันธ์กันเสมอไป

ราคา Bitcoin ในตลาดเว็บเทรดไทย Bitkub นั้นอยู่ที่ 318,300 บาทและราคา Bitcoin บนเว็บเทรดไทยอย่าง Satang Pro อยู่ที่ระดับ 320,000 บาท

renBTC

Bitcoin มูลค่าประมาณ 180 ล้านดอลลาร์ ไปเข้า DeFi ของ Ethereum

ดูอย่างกับว่าสภาพคล่องจากตลาดเหรียญคริปโตลำดับต้นๆของโลกอย่าง Bitcoin มูลค่าราวๆ 180 ล้านดอลลาร์นั้นกำลังหลั่งไหลจากตลาด Bitcoin ไปเข้าตลาดเหรียญ DeFi ของ Ethereum โดยตลาดดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า Wrapper Bitcoin (BTC), sBTC ของ Synthetix รวมทั้ง renBTC อ้างอิงจากข้อมูลของ Dune Analytics

การเติบโตของมันนั้นมีขึ้นมาตั้งแต่ตอนช่วงปลายมิ.ย.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยเป็นตอนที่มี Bitcoin ที่ถูกโอนเข้ามาล็อคเอาไว้ในตลาดเหรียญบน DeFi ดังกล่าวที่ก้าวข้ามผ่าน 100 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว โดยเปิดเผยให้เห็นว่าขณะนี้ DeFi ของ Ethereum นั้นกำลังแปลงเป็นระบบการเงินของโลกอยู่เวลานี้ เมื่อมีกลุ่ม ‘farmer’ ของ DeFi กำลังพยายามมองหาสภาพคล่องเข้ามาเพิ่มในตลาดเพื่อจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่มากเพิ่มขึ้นนั่นเอง

“เราได้เห็นความพยายามของผู้คนในตลาดในการเชื่อมต่อโลกของ BTC กับโลกของ DeFi โดยเฉพาะ
ที่อยู่บน Ethereum นั่นเอง” กล่าวโดยนักวิจัยจาก Glassnode ในรายงานของไตรมาสที่สองก่อนหน้า
นี้ “เมื่อช่วงวันที่ 20 ก.ค.2020 ในขณะนั้นมี Bitcoin ที่ถูกเก็บไว้อยู่ 15.8 BTC (0.1 เปอร์เซ็นต์ ของ supply ทั้งหมด) ในตลาดของ Ethereum” แต่ถ้าว่าในตอนนี้ มันมีอยู่ราวๆ 18.5 BTC แล้ว

ปัจจุบัน 80 เปอร์เซ็นต์ ของเหรียญ Bitcoin ที่ถูกล็อคไว้บน Blockchain ของ Ethereum นั้นกำลังอยู่
ในรูปแบบของ WBTC โดยเหรียญดังกล่าวนั้นถูกปรับปรุงขึ้นมาภายใต้การร่วมแรงกันระหว่างบริษัทชั้นแนวหน้าในแวดวงคริปโตอย่าง Kyber Network, Maker, Uniswap และอื่นๆอีกมากมาย Wrapped Bitcoin นั้นนับว่าเป็นเหรียญสภาพคล่องบน DeFi ที่มี Bitcoin จริงๆมาค้ำไว้แบบ 1:1

โดยมันถูกลิสต์ให้เป็นเหรียญเพื่อการกู้ยืมสำหรับ DAI บนโพรโตคอล Maker ในปีนี้ และก็กำลังกินส่วนแบ่งการตลาดราวๆ 8 เปอร์เซ็นต์ ของสินทรัพย์ที่มีให้กู้ยืมบนแพลทฟอร์มอีกด้วย โดยคิดเป็นเงินราวๆ 20 ล้านดอลลาร์ โดยตั้งแต่เมื่อช่วงพ.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จำนวน Bitcoin ที่ถูกล็อคไว้เพื่อค้ำประกันเหรียญ WBTC นั้นได้เพิ่มขึ้นมามากกว่า 12 เท่า

อาจพูดได้ว่าปีนี้ดูราวกับว่าจะเป็นปีแห่ง DeFi เลยก็ว่าได้ โดยถึงแม้ว่าแพลทฟอร์มดังกล่าวจะถูกเจาะเพื่อหาช่องโหว่ในการขโมยเงินหลายรอบและก็ตาม แต่ว่ามันก็ยังสามารถยืนหยัดมาจนกระทั่งเวลานี้ได้ ซึ่งเราก็จะต้องรอดูกันต่อไปว่ามันจะสามารถเติบโตไปได้ถึงไหน

 

 

renBTC…

cryptocurrency

รัสเซียออกกฎหมายใหม่ ห้ามใช้ Bitcoin ในการซื้อสินค้าทุกชนิด

ประเทศรัสเซียได้ผ่านร่างกฎหมาย cryptocurrency ที่ทำให้เหรียญอย่าง Bitcoin มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาไม่อนุญาตให้ใช้มันเพื่อซื้อสินค้าชนิดใดเลย

สื่อท้องถิ่น TASS ในประเทศรัสเซียได้เปิดเผยว่าทางรัฐบาลนั้นได้ออกมาให้สถานะเหรียญ cryptocurrency ทางด้านกฎหมายว่า “เป็นเงินอิเล็คทรอนิคส์ซึ่งสามารถใช้เพื่อเป็นหนึ่งในหนทางการชำระเงินได้” แต่ว่าอย่างไรก็ดี พวกเขาก็ได้เขียรเพิ่มต่อท้ายว่า “แต่ว่ามันไม่สามารถที่จะถูกใช้เพื่อจ่ายซื้อสินค้าหรือบริการใดๆได้”

เมื่อพ.ค.2020ก่อนหน้าที่ผ่านมาร่างกฎหมายนั้นออกมาเปิดเผยว่าผู้ซื้อเหรียญอย่าง Bitcoin รวมทั้งคริปโตอื่นๆนั้นบางทีอาจจะต้องถูกปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาลซึ่งถ้าหากว่าถูกจับได้

ส่วนร่างอีกฉบับหนึ่งก็กล่าวว่าการออกเหรียญคริปโตในประเทศรัสเซียนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็คนที่ถือเหรียญกลุ่มนี้จะต้องลงทะเบียนกับทางรัฐบาลแล้วก็ชี้แจงที่มาว่าได้เหรียญเหล่านี้มาจากไหน

แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่กฎหมายเวอร์ชันที่ถูกผ่านร่างรวมทั้งบังคับใช้แล้วนั้นมิได้มีความเข้มงวดมากนัก โดยคนที่ถือ Bitcoin และก็เหรียญอื่นๆนั้นเพียงแต่ไม่อาจจะใช้มันเพื่อซื้ออะไรได้เลย หากว่ากฎหมายดังกล่าวจะให้สถานะผู้ถือเหรียญคริปโตที่ถูกกฎหมาย สำหรับในการซื้อเหรียญรวมทั้งถือเก็บไว้เพื่อเป้าหมายสำหรับในการลงทุน

โดยอ้างอิงจาก TASS นั้น เหรียญคริปโตสามารถที่จะถูกสร้างแล้วก็สามารถถูกซื้อแล้วก็ขาย และก็ลงทะเบียนอยู่ใน framework ของระบบข้อมูลพิเศษ แล้วก็ระบบรวมทั้งผู้ให้บริการด้านการซื้อขายนั้นจำเป็นที่จะต้องทำตามอย่างกฎหมายในประเทศรัสเซียอย่างเคร่งครัด

ยิ่งไปกว่านี้รายงานยังเปิดเผยว่าธนาคารกลางรัสเซียนั้นจะลงมาเป็นผู้ช่วยร่างกฎหมายกำกับเหรียญเหล่านี้ พร้อมจัดการตรวจดูว่าฟีเจอร์ของเหรียญเหล่านั้นเป็นยังไง แล้วก็ให้นักลงทุนที่ได้รับการ qualify สามารถซื้อมันได้เพียงแค่นั้น

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสถานะของ cryptocurrency ในประเทศรัสเซียนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างสับสนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมันไม่มีรูปแบบทางด้านกฎหมายที่ชัดเจน

นอกเหนือจากนี้ธนาคารกลางในประเทศรัสเซียนั้นยังมีข้อครหาเกี่ยวกับการสร้างเหรียญคริปโตสำหรับธนาคารเองอีกด้วย ซึ่งไม่เหมือนกับรัฐบาลอื่นๆในหลายๆประเทศที่เริ่มมีการพัฒนามันไปแล้ว อย่างเช่นจีนและก็ไทย ฯลฯ…

ฟองสบู่

คาด Bitcoin จะพุ่งทะลุ 20,000 ดอลลาร์ แต่ต้องร่วง 40% ก่อน

ภายหลังที่เราได้มองเห็น ฟองสบู่ ของตลาด bitcoin ในช่วงปลายปี 2017 มีผลทำให้นักลงทุนต่างก็สงสัยเป็นว่าเราจะได้มองเห็นจุดสุดยอดของราคาที่ 20,000 ดอลลาร์อีกเมื่อใด โดยปี 2018 นั้นมันก็ไม่เกิดขึ้นรวมทั้ง 2019 นั้นตลาดก็ยังคงซบเซาอยู่มาจนกระทั่งขณะนี้

นักเทรดคริปโตผู้มีประสบการณ์รายหนึ่งกล่าวว่าจุดสุดยอดของราคา bitcoin นั้นจะเกิดขึ้นที่ปี 2021 อีกรอบแต่ว่ามันก็มีข้อแม้อยู่ 1 ข้อซึ่งเป็นข้อที่อาจจะก่อให้หลายๆคนไม่พอใจนัก

ราคา bitcoin บางทีอาจหล่นอย่างหนักก่อนจะพุ่งขึ้นทะลุจุดสุดยอดประวัติศาสตร์เก่า
เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาของ bitcoin นั้นได้วิ่งขึ้นลงๆอยู่ในระดับราคา 8,600 ดอลลาร์รวมทั้ง 9,900 ดอลลาร์ จนกระทั่งมาถึงเวลานี้ระดับราคาก็ยังไม่วิ่งหนีหายไปจากกรอบนี้เลย

แต่ว่าก็มีนักเทรดผู้มีประสบการณ์รายหนึ่งที่ออกมาคาดเดาว่าการไซด์เวย์ดังกล่าวนั้นจะลงเอยด้วยการที่ราคาหล่นลง โดยเขาได้เผยแพร่กราฟของเขาช่วงวันที่ 17 ก.ค.2020ก่อนหน้านี้เปิดเผยว่าราคาของ bitcoin นั้นบางครั้งก็อาจจะได้มองเห็นการตกลงมาอีกทีหนึ่งที่ระดับราคาโดยประมาณ 4,000-5,000 ดอลลาร์ก่อนจะพุ่งขึ้นไปทำลายจุดสุดยอดในประวัติศาสตร์ การตกลงของระดับราคาดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นคิดเป็นโดยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์อย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับเขานั้นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าราคาจะพุ่งขึ้นไปต่อเนื่องจากว่ากราฟได้ทำรูปธงขึ้นมาแล้ว แล้วก็เดาว่านักเทรดอีกหลายท่านก็คงมองเห็นแพทเทิร์นดังกล่าวข้างต้นในแผนภูมิเช่นกัน

แนวความคิดที่ว่าราคา bitcoin จะหล่นลงไปแตะต้องระดับโดยประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ดอลลาร์นั้นดูเหมือนกับว่าจะมิได้มีแค่นักเทรดดังกล่าวรายเดียวที่คิด

นักอีกเทรดรายหนึ่งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเครื่องมือ Ichimoku Cloud ได้ออกมาพยากรณ์ว่าราคาของ bitcoin นั้นมองมีลักษณะท่าทางที่จะตกลงมามากยิ่งกว่าพร้อมเปิดเผยให้มองเห็นถึงแนวรับในกราฟข้างล่างนี้

เหมือนกันนักลงทุนสถาบันโดยมากก็เริ่มที่จะเปิดออเดอร์ short ผ่านตลาดฟิวเจอร์ของ CME แล้ว โดยข้อมูลปัจจุบันเปิดเผยว่าสถาบันการเงินกลุ่มนี้ได้ถือสัญญา short อยู่ที่ราวๆ 2,000 สัญญารวมกัน

โดยค้ำก่อนหน้าที่ผ่านมาที่นักลงทุนสถาบันเห็นว่าตลาดมีทิศทางจะเป็นขาลงก็เป็นตอนตอนก่อนมี.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่ราคาบิทรอร่วงลงมาจาก 9,000 ดอลลาร์หลงเหลืออยู่เพียงแค่ 3,700 ดอลลาร์

ซึ่งการหล่นลงของราคาจะเป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้หรือไม่ก็จะต้องรอดูกันต่อไป…

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

Henrik Zeberg คาดราคา Bitcoin จะร่วงแตะ 1,760 ดอลลาร์ ไปสู่ขาขึ้นครั้งใหม่

นาย Henrik Zeberg ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา Bitcoin เป็นขาขึ้นนั้นจะต้องอดทนอย่างเจ็บปวดสักหน่อย เมื่อราคานั้นอาจร่วงลงไปแตะ 1,769 ดอลลาร์ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในภายหลัง

คาดการณ์ราคาในรูปแบบที่จะร่วงสุดลิ่มทิ่มประตูของนาย Zeberg นั้นดูเหมือนว่าจะทำให้นักลงทุนหลายคนต้องเสียวไปตาม ๆ กันหลังจากที่ราคาของ BTC นั้นเพิ่งจะร่วงลงมาถึง 15% วานนี้

 

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

“ราคา Bitcoin นั้นอาจไปถึงเวฟเล็ก ๆ (B) หรือ Y ซึ่งจุดนี้มันดูสมเหตุสมผลดี เมื่อการร่วงของราคา (A) นั้นทำให้ราคาไปแตะจุดต่ำของเมื่อปี 2018 และ 1.27% (ที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ในช่วง C wave) ทำให้ราคาอาจร่วงลงไปที่ ~1,760 เป้าหมายของผมนั้นก็คือ 1,760 ดอลลาร์ก่อนที่ราคานั้นจะร่วงไปแตะจุดต่ำสุด ทำไมถึงต้องร่วง? เนื่องจากว่าอัตราราคาที่แท้จริงไงล่ะ “

ใช้เครื่องมือ Elliot Wave ดังกล่าวในการวิเคราะห์ และเชื่อว่าการที่ราคา Bitcoin ที่พุ่งไปแตะระดับ 10,070 ดอลลาร์นั้นดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาของ Bitcoin นั้นยังอยู่ในระดับ 5 หลักเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ก็ร่วงลงไปอย่างรุนแรงทำให้ขาขึ้นของราคาที่ผ่านมานั้นต้องหายไปเยอะ

แล้วนาย Zeberg คาดหวังว่าจุดต่ำสุดที่ Wave C นั้นอาจมาถึงในช่วงมิถุนายนนี้ ซึ่งมันจะถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีหลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งไปแตะ 13,777 ดอลลาร์เมื่อปี 2019 พอดี

เขายังอธิบายว่าสาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรา real rate หรือตัวชี้วัดพิเศษของเขาที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ราคา

ความแตกต่างระหว่างนาย Zeberg กับนักทำนายราคา Bitcoin ส่วนใหญ่ก็คือ นาย Zeberg นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ที่ออกมาทำนายราคา Bitcoin ว่าจะเป็นขาลงได้อย่างดูรุนแรงมาก แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงเชื่อว่าหากราคาร่วงมาจนถึงระดับนี้ มันยังคงไม่เป็นจุบจบของ Bitcoin

อีกทางกลับกัน เขาคาดหวังว่าราคา Bitcoin นั้นจะกลายเป็นขาขึ้นในปีหน้านี้ เมื่อผู้คนเริ่มที่จะละทิ้งการใช้เงินจริง

คาดการณ์ว่าเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลกตัวนี้จะมีราคาที่พุ่งแตะ 54,000 ดอลลาร์ในปีหน้า แต่เขาก็ยังไม่ฟันธงว่ามันจะพุ่งไปแตะ 94,000 ดอลลาร์

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

 

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา Bitcoin เป็นขาขึ้น…

และไวรัสโคโรน่า

สิ่งที่ลดความกังวลและตื่นเต้นก่อน Bitcoin Halving

ณ ขณะนี้สถาการณ์ของคริปโตที่น่าสนใจคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ Bitcoin Halving และไวรัสโคโรน่า ซึ่งนี่เป็น 5 สิ่งที่ต้องทำในขณะที่รอให้ทั้ง 2 เหตุการณ์สิ้นสุด

คนที่คลั่งไคล้ใน crypto ขนาดไหนหรือเพียงแค่สนใจในอุตสาหกรรม Blockchain ที่กำลังเบ่งบานเพื่อทำกำไร แน่นอนช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับ Bitcoin Halving กำลังมาแรง

เมื่อไวรัสโคโรน่ากำลังนำพาให้โลกต้องหยุดชะงักในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งมันยังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในโลกของ crypto สิ่งนี้ทำให้หลาย ๆ คนต่างวิตกกังวลและอดที่จะติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจนไม่ได้หลับนอน

แต่การติดตามอะไรอย่างใจจดจ่อกับสิ่งที่เราไม่อาจจะเข้าไปแก้ไขได้อาจจะไม่ได้สร้างผลดีเท่าไหร่นัก และพวกเราควรจะมาโฟกัสกับสิ่งที่พอจะทำได้กันซะก่อน

เราะส่วนใหญ่นั้นเครื่องขุดจะมีราคาแพง และแน่นอนว่าไม่ใช่ความพยายามอย่างเดียวที่จะทำการขุด Bitcoin ได้อย่างง่ายดายแต่ต้องใช้ความรู้ ลองผิดลองถูกที่ค่อนข้างจะมากพร้อมด้วยชั่วโมงบินที่สูง แต่หากคุณทำเป็นแล้วละก็ แม้ว่าจะด้วยเครื่องขุดที่ราคาไม่แพงมากนักบางทีคุณก็อาจจะทำเงินและกำไรได้

ถ้าตอนนี้คุณยังใช้เครื่องขุดจากการ์ดจอหรือ GPU นั้นอาจจะต้องมีการอัพเกรดสักหน่อยเนื่องจากอุปกรณ์ขุด Bitcoin อย่างจำพวกเครื่อง ASIC จะดูจริงจังกว่าทั้งในแง่ของการขุดและการลงทุน

คำแนะนำและวิธีการมากมายที่สอนการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เครื่องขุด รวมถึงสถานที่ขาย โดยหากคุณสนใจก็สามารถหาความรู้ได้เพิ่มเติมบนโลกอินเตอร์เน็ตอันกว้างใหญ่ได้เลย ซึ่งหากคุณสามารถตั้งค่าได้อย่างถูกต้องแน่นอนมันจะสร้างกำไรให้กับคุณได้แบบที่คุณไม่คาดคิดมาก่อนแน่นอน แต่อาจจะต้องลองผิดลองถูกกันหน่อย

ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง ความผันผวนของราคา Bitcoin หรืออื่น ๆ นี้คือสิ่งที่คุณจะต้องเจออย่างแน่นอน

ในตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากที่จะทำให้คุณสามารถทำกำไรทั้งจากตลาดขาขึ้นและขาลงได้อย่างหลากหลายนั้นก็คือ การเทรด Bitcoin บนตลาด Option หรือ Margin

แน่นอนว่ามันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงในการล้างพอร์ตได้เช่นกันหากคุณมีความรู้ที่ไม่มากพอ ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยครั้งเป็นอย่างมากหากคุณอยู่ในวงการมานานเพียงพอสมควร

วิธีที่จะป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นโดยการศึกษาและอย่าเทรดจนเกินตัว เพราะการซื้อขายมาร์จิ้นช่วยให้ทุกคนสามารถกู้ยืมเงินจากยอดคงเหลือที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่าผู้ค้าสามารถเพิ่มผลกำไรของพวกเขาได้ แต่พวกเขาเองก็สามารถสูญเสียยอดเงินคงเหลือทั้งหมดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ

หากนักลงทุนตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากยอดเงิน 1,000 ดอลลาร์พร้อมกับมาร์จิ้นเพิ่มไป 10 เท่ามันก็เหมือนกับว่าบุคคลนั้นลงทุนด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์โดยไม่ได้มีเงินนั้นจริง ๆ หากผู้ค้าทำการถือตำแหน่งอย่างถูกต้องผลกำไรจะถูกคูณด้วยสิบเข้าไป แต่ถ้าตลาดแกว่งตัวไปทางอื่นหรือตรงข้ามกับที่เขาถือเมื่อไหร่ละก็การสูญเสียเพียงเล็กน้อยจะทำให้บัญชีทั้งหมดของเขาหายไปในพริบตา

ถ้าหากต้องการกล่าวอย่างเรียบง่ายโหนด Bitcoin เป็นเหมือนกับกระดูกสันหลังของเครือข่าย ในขณะที่คนขุด Bitcoin เป็นคนที่ดำเนินธุรกรรมและ “สร้าง” บล็อกใหม่ทางด้านของโหนดนั้นจะเก็บบันทึกของ Blockchain

ซึ่งการใช้งานโหนดมีประโยชน์ในการรักษาไว้ซึ่งเครือข่าย Bitcoin เนื่องจากโหนดมีหน้าที่ตรวจสอบว่าการทำธุรกรรมทั้งหมดนั้นถูกต้องตามกฎของพวกเขาหรือไม่
การติดตั้งโหนดนั้นไม่ยากอย่างที่คิดและอาศัยการเรียนรู้ที่ไม่ต้องมากถึงขั้นทำให้เครียดก็ทำได้ อย่างไรก็ตามมันต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลบน HDD หรือ SSD ที่มากมายเนื่องจาก Bitcoin blockchain นั้นใช้พื้นที่โดยประมาณ 275 GB เพื่อรัน Node

ถึงแม้ cryptocurrency จะเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ล้ำสมัยหรือจะเรียกว่าล้ำสมัยที่สุดที่บุคคลสามารถทำได้ในณ ขณะนี้ ด้วย

แล้วก็ยังมีภาคส่วนอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจเช่น การพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI, การขุดข้อมูลทางพันธุกรรม, และ อื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างความสนใจให้กับนักลงทุน crypto ส่วนใหญ่ได้ไม่น้อยเช่นกัน และบางทีเราก็อาจจะควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุนที่มีโอกาสในอนาคต สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสผลกระทบนั้นไม่สามารถจินตนาการได้ แต่พวกเราชาวคริปโตเคอเรนซี่ก็สามารถบริจาคช่วยได้เช่นกันโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านด้วย

สภากาชาดอิตาลีเริ่มก่อตั้งกองทุน Bitcoin ในต้นเดือนมีนาคมและในเวลาเพียงสามวันก็บรรลุเป้าที่พวกเขาอยากจะได้ยอดบริจาคเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในเหตุการณ์ Covid-19

และในปัจจุบันมีหน่วยงานหน้าใหม่เป็นจำนวนมากที่เปิดรับบริจาคด้วยคริปโต นับว่าเป็นวิธีการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ต้องการได้เช่นกัน

ดูเป็นอะไรที่สิ้นคิดไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคิดบวกนั้นดูจะเป็นอีกหนึ่งในทางออกที่ช่วยได้จากสถาการณ์ที่ตึงเครียดในหลาย ๆ ด้าน มากมาย

หากิจกรรมยามว่างอื่น ๆ ทำอาจจะช่วยคุณได้บ้างและภาวนาให้สถาการณ์ดีขึ้นในเร็ววันพร้อมกับผ่านมันไปด้วยกันจะดีกว่า

 

 

 

 

และไวรัสโคโรน่า…