จากตลาดเหรียญ

เหตุผลราคาของ Bitcoin ทำให้ราคา Altcoin อื่น ๆ ทำให้ตลาดต้องร่วงปรับตัวอย่างมาก

จากตลาดเหรียญ Cryptocurrency อื่น ๆ นั้นดูเหมือนว่าจะกำลังมีมูลค่าที่ลดลงต่อ Bitcoin ที่เป็นเหรียญราชาลงไปเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่านักลงทุนนั้นต่างก็แห่เทขาย altcoin เพื่อมาลงทุน Bitcoin กันเสียเป็นอย่างมาก

เป็นสิ่งนี้ส่งผลทำให้นักวิเคราะห์บางคนต้องออกมาสรุปว่าตลาด altcoin นั้นต้องกลายมาเป็นสีเลือดในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เมื่อโมเมนตัมของตลาด Bitcoin นั้นกำลังไหลไปทาง halving อย่างรุนแรง ผู้คนต่างก็แย่งกันเข้ามาในตลาดเพื่อเก็บเหรียญ

นักวิเคราะห์ต่างก็พูดถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของ Bitcoin ที่อาจมีราคาที่ร่วงลงอย่างรุนแรงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็อาจมีโอกาสทำให้มูลค่าเหรียญ altcoin อื่น ๆ ในตลาดร่วงทำจุดต่ำในรอบปีได้

และตลาด Bitcoin เริ่มแย่งส่วนแบ่งตลาดคริปโตทั้งหมดเพิ่ม เมื่อ Halving ใกล้เข้ามา
โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของ Bitcoin นั้นถูกซื้อขายกันอยู่ที่ 9,945 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาถึง 8.17% จากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

จากตลาดเหรียญ

ซึ่งตลาด Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีการขยายแรงโมเมนตัมที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา เมื่อราคานั้นได้มีการพุ่งทะลุระดับ 8,800 ดอลลาร์

ขณะนี้ ตลาดเหรียญ altcoin 10 อันดับแรกดูเหมือนว่าจะมีการร่วงปรับตัวลงของราคาที่มากกว่าของ Bitcoin อยู่พอสมควร แม้ว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ในช่วงไม่นาน

 

ทำให้นักวิเคราะห์ต่างก็คาดการณ์ว่าเหรียญ altcoin นั้นอาจจะต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ที่จะถึงนี้

ได้มีนักลงทุนรายหนึ่งได้ออกมาอธิบายแนวคิดของเขาบนทวิตเตอร์โดยชี้ว่าเขานั้นไม่สามารถมองเห็นเส้นทางที่เป็นด้านบวกใด ๆ ในตลาดต่อเหรียญ altcoin เลยจริงๆ

“ราคา Bitcoin พุ่งแรงมากในวันนี้ จะถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเจ็บปวกมากหากมันทำลายแนวต้านถัดไป ทุกครั้งที่มันเพิ่มขึ้น 1% ในกราฟ BTC รายวัน มันจำทำให้ราคาของเหรียญ altcoin ในตลาดคู่เทรดที่ตรงข้ามกับ BTC ลดลง 6-12%” เขากล่าว

จากตลาดเหรียญ

Altcoin อาจมีราคาที่ร่วงลงอีกสัปดาห์หน้า
นักเทรดรายหนึ่งได้ออกมาแสดงความเห็นที่เป็นเสียงเดียวกันกับแนวคิดด้านบนหรือไม่

แล้วเขาได้อธิบายว่าเขานั้นได้เฝ้าดูการซื้อขายของราคา Bitcoin มาเรื่อย ๆ จนมาถึงช่วงที่การ halving นั้นกำลังเข้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งเขาคาดการณ์ว่าหากราคา BTC ร่วงลงมาอย่างรุนแรงหลังการ halving นั้น มันอาจทำให้ราคาตลาด altcoin ร่วงทำจุดต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

“ยังคงมีการเทขายเกิดขึ้นในตลาด altcoin ที่มีมูลค่าตลาดสูงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หากว่าตลาด Bitcoin นั้นถูกเทขายลงในช่วงหลังการ halving นั้น ผมคาดว่ามันจะร่วงทำจุดต่ำครั้งใหญ่อีกครั้ง” เขากล่าวพร้อมเสริมว่า “ผมไม่เห็นจริง ๆ ว่าสถานการณ์ของ altcoin จะดีขึ้นได้อย่างไรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้”

 

 

จากตลาดเหรียญ Cryptocurrency อื่น ๆ…

ศาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศอุทธรณ์

ศาลเซี่ยงไฮ้ ตัดสินให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลถูกต้องตามกฎหมาย

ศาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศอุทธรณ์ ข้อพิพาทการชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน Bitcoin ในต่างประเทศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา อ้างอิงจาก Baidu news ผลการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ระบุว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย Bitcoin ทั้งหมดที่ได้มาจากวิธีการที่ผิดกฎหมายควรถูกส่งคืนหากไม่สามารถส่งมอบคืนได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นนั้น

ซึ่งจากรายงานเผยว่าคู่สมรสชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้คุณ Pete และ Xiaoli Wang ถูกคนร้ายสี่คนปล้นที่อพาร์ทเม้นท์ในช่วงปี 2018 โจรบังคับให้ทั้งคู่โอนเงินเป็นคริปโตมาให้

“โจรทั้งสี่ยึดโทรศัพท์มือถือของคู่สมรส ทุบตีและข่มขู่พวกเขาให้โอน Bitcoin มา 18.88 Bitcoin และโอนเหรียญคริปโต 6,466 Skycoin ที่พวกเขาเป็นเจ้าของ”

การพิจารณาโจรทั้งสี่รายแสดงเจตนาที่จะคืนเหรียญดังกล่าวให้กับคุณ Pete และ Xiaoli Wang ซึ่งศาลตัดสินจำคุกโจรระหว่างหกเดือนถึงสิบห้าวันถึงแปดเดือนในความผิดทางอาญาข้อหาหนักกักขังที่ผิดกฎหมายนั้น

ผู้กระทำผิดไม่สามารถส่งคืนคริปโตจำนวนเดียวกันได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับราคา BTC และ Skycoin ในวันที่ 12 มิถุนายน 2018

ผู้กระทำผิดก็ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลชั้นต้นพร้อมยื่นอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่า

“กฎหมายจีนในตอนนี้ไม่ได้รองรับให้ Bitcoin และ Skycoin เป็นทรัพย์สิน ดังนั้น Pete และ Wang Xiaoli จึงไม่มีสิทธิขอให้ส่งคืนสิทธิในทรัพย์สิน”

ดังนั้นข้อพิพาทนี้อยู่ในชั้นศาลเป็นเวลากว่าสองปี คู่สมรสตกลงไม่ขอคืนเหรียญ Skycoin แล้ว แต่พวกเขายังยืนยันที่จะให้ผู้กระทำผิดส่งมอบ Bitcoin และศาลก็ตัดสินให้โจรทั้งสี่ส่ง Bitcoin ให้คู่สมรสคืนจำนวน 18.88 BTC…

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

Bitcoin เหนือกว่าทอง อิงจากเว็บเทรดคริปโตอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด Coinbase กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า Bitcoin (BTC) มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าทองคำ พวกเขาระบุว่า Bitcoin ได้รับประโยชน์เหล่านี้เนื่องจากขาดการพึ่งพาต่าง ๆ ในโลก

ขณะที่ผู้เขียนยืนยันว่า“ Bitcoin และทองคำมีความคล้ายคลึงกับนั้นก็คือเป็นของที่มูลค่า หายาก และแน่นอนว่ามันเข้าถึงได้ทั่วโลก” แม้ว่าที่ผ่านมานั้นเมื่อความต้องการทองคำจะเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบของการระบาดของโรค coronavirus แต่ Bitcoin เองนั้นก็เด่นไม่แพ้กันด้วยความสามารถในการเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้ง่ายกว่าและเหนือกว่าทองคำ

Bitcoin และข้อได้เปรียบกว่าทองคำ
ในรายงานที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2020 จากทาง Coinbase ให้เหตุผลว่าการระบาดของ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงข้อดีที่ BTC มอบให้กับทองคำโดยอ้างว่า“ Bitcoin ไม่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานทางกายภาพที่เปราะบางและตัวมันเองยังสามารถเข้าถึงผู้คนได้ทั่วโลกอย่างแท้จริง”

Coinbase เน้นช่องว่างราคาล่าสุดที่โชว์ขึ้นในตลาดทองคำทั่วโลกเนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ระดับความขาดแคลนแตกต่างกันในตลาดต่างๆ ทั่วโลก

ซึ่งรายงานดังกล่าวระบุว่าราคาทองคำมีความแตกต่างกันมากถึงประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ในนิวยอร์กและลอนดอน ความแตกต่างนี้เกิดจากการขาดทองคำแท่งที่ใช้ในการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ Comex

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

โดยระบุว่าโรงกษาปณ์ ณ เมืองเพิร์ธ ในรัฐออสเตรเลียตะวันตกได้เพิ่มการผลิตทองคำแท่งเพื่อรองรับการขาดแคลน – โดยมีอย่างน้อย 11,000 บาร์ที่กำลังจะถูกส่งไปนิวยอร์ก

ในการระบาดของ COVID-19 มีผลกระทบต่อการขุด Bitcoin น้อยที่สุด
Coinbase ตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่ “โรงกลั่นน้ำมันผู้ขุดแร่และซัพพลายเชนได้ถูกขัดจังหวะในการผลิตต่าง ๆ แต่กลับกันโปรโตคอลหลักของ Bitcoin ยังคงทำงานตามที่ออกแบบไว้ไม่มีการหยุดชะงักแต่อย่างใด ด่วยอัตรา Hashrate ของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

และรายงานยังยืนยันว่า “Bitcoin จะหาได้ยากเหมือนทองคำ” อย่างไรก็ตาม Bitcoin สามารถส่งได้จากระยะไกล ไร้พรมแดน ปลอดภัยที่สำคัญคือมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า

“ อัตราการขุดได้ Bitcoin ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 3.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปีและจะลดลงเหลือประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 12 พฤษภาคมโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Blockchain

ขณะที่ผู้ขุดทองและโรงกลั่นแบบออฟไลน์ดูจะยุ่งยากกว่าและไม่มีวันรู้ได้ว่าเหลือเท่าไหร่ แตกต่างกับระบบนิเวศการขุดเหรียญของ Bitcoin ที่ดูเหมือนยืดหยุ่นตามการวัดอัตราการแฮชในไม่กี่วันที่ผ่านมาเท่านั้น อีกทั้งยังมีจำนวนที่แน่นอน และเป็นข้อได้เปรียบใหญ่ที่สำคัญมากในตอนนี้ของ Bitcoin ”

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

ราคา Bitcoin อาจแตะ 4,000% หลังจากทำลายแนวต้านนี้ในปี 2016 และเหมือนจะเกิดขึ้นซ้ำ

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น Bitcoin มีระดับราคาที่เพิ่มขึ้นจาก 7,700 ดอลลาร์เป็น 9,500 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี และนั้นทำให้กราฟคริปโตเคอเรนซี่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากและจบเดือนด้วยรูปแบบแท่งเทียน bullish engulfing

หลายมองว่ากราฟของ BTC กำลังสัญญาณเชิงบวกอย่างเต็มที่ หนึ่งในเทรดเดอร์ที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือกลับมีอีกความคิดเห็นและประกาศเรียกความเชื่อมั่นนี้ว่าเป็นปัญหาโดยสังเกตว่าเทียน bullish engulfing นั้นเป็นความผิดพลาด

ซึ่งนายThomas Bulkowski เผยว่าแท่งเทียน bullish engulfing นั้นคือการบ่งบอกสัญญาณการเตรียมตัวที่จะลงต่อของ Bitcoin

“แท่งเทียนเหล่านี้ในกราฟทำหน้าที่ขึ้นชั่วคราวของแนวโน้มราคาหลักที่เป็นขาลง ผมขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการเทรดทำไมนะหรอ ? เพราะแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง มันจะขึ้นแต่เพียงช่วงสั้น ๆ โดยยังอยู่ในแนวโน้มขาลงหลักซึ่งจะใช้เวลามากกว่าและราคาจะกลับมาลดลงอย่างแน่นอน “

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

Bitcoin กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งกับ 4,000% ในไม่ช้า

เดือนเมษายน 2020 นี้เราได้เห็น Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายเดือนได้สูงกว่าระดับที่สำคัญของ Ichimoku Cloud ในกราฟหนึ่งเดือนได้

Bitcoin อยู่ในระดับทางเทคนิคนี้คือช่วงต้นปี 2016 เมื่อมันถูกขายอยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์และก่อนที่จะมีการเพิ่มขึ้นถึง 4,000% ที่นำเงินสกุล cryptocurrency ไปสู่จุดสูงสุดนั้นก็คือ 20,000 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาเพียง 20 เดือน

เหมือนบอกเป็นนัย ๆ ว่าประวัติศาสตร์นั้นอาจซ้ำรอยอีกครั้ง และแสดงให้เห็นว่าตลาด crypto อาจใกล้จะถึงการขึ้นครั้งต่อไป

เกิดสัญญาณขาขึ้นจำนวนมาก
นี่เป็นสัญญาณล่าสุดที่กำลังเผยว่าราคา Bitcoin อาจกำลังจะพุ่งขึ้นไปดวงจันทร์อย่างรวดเร็ว

Bitcoin ในช่วงต้นสัปดาห์นี้แข็งแกร่งมากท่ามกลางการเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันพุธที่ผ่านมาจนนักเทรดทั้งหลายสังเกตว่ามีเหตุการณ์ทางเทคนิคที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานกลับมาอีกครั้ง

ดัชนีความแข็งแกร่ง (RSI) ที่ในแผนภูมิราย 1 ชั่วโมงของ Bitcoin มีจำนวนถึง 96.5 และเมื่อใดก็ตามที่ RSI ผ่านระดับ 70 มันจะเป็นการบ่งบอกว่า Bitcoin นั้นมีมูลค่าที่สูงมากเกินความเป็นจริง และการที่ RSI ของ Bitcoin ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการวิ่งไปถึง 96.5 นั้นหมายความว่าเราอาจได้เห็นการร่วงของราคาในเร็ว ๆ นี้

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษเกี่ยวกับการก่อตัวของ Bitcoin นี้ได้ทำลายรูปแบบตลาดหมีและนี่คือโครงสร้างตลาดเดียวกันที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของขาขึ้นเหมือนดังเมื่อคอนปี 2019 ซึ่งทำให้ราคาจาก 4,000 ดอลลาร์ไปจนถึง $ 14,000 ในเวลาสามเดือน

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น…

โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกา

Ross Ulbricht อดีตผู้ก่อตั้งเว็บค้ายาเสพติดระดับโลก อาจร่วงแตะ 3,000 ดอลลาร์

Ross Ulbricht หนึ่งใน โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกา ผู้ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักในวงกว้างของวงการคริปโตเคอเรนซี่และ Bitcoin ผู้ที่มีชื่อในวงการว่า Dread Pirate Roberts ที่เคยเป็นผู้ก่อตั้งเว็บขายยาเสพติดชื่อดัง Silk Road มาตั้งแต่แรกเริ่ม

ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นดูเหมือนมุมมองของเขาที่มีต่อ Bitcoin จะกลับเป็นตลาดขาลงอีกครั้งในแง่ของการวิเคราะห์ผ่านทางเทคนิค และทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เขาได้โพสต์ลงบน Medium ในหัวข้อที่มีชื่อว่า Bitcoin by Ross #9: A Strong Signal for Lower Prices หรือก็คือมีสัญญาที่ชัดเจนของราคาที่กำลังจะต่ำลงไปอีก ซึ่งได้อธิบายว่าตัวเขามองเห็นวิกฤตอันร้ายแรงของราคา Bitcoin ที่จะกลับมาไปที่ 3,000 ดอลลาร์ภายในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม หรืออย่างห่างไกลคือปี 2021 ขึ้นอยู่กับแนวโน้มของตลาดในระยะเวลาอันใกล้

โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกา

แล้วก่อนหน้านนี้เขาได้นำเอา Elliot Wave ซึ่งเป็นรูปแบบของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่บอกลักษณะทางอารมณ์ของนักลงทุนในตลาดมาใช้เพื่อคาดการณ์ราคาของ Bitcoin แต่โพสต์ดังกล่าวของเขาก็ไม่ได้รับความสนใจ

และล่าสุดนาย Ulbricht ได้กลับมาอีกครั้งคราวนี้ก็ยังยืนยันเหมือนเช่นเคยว่ายังคงเชื่อว่า Bitcoin จากมุมมองระยะยาวมันจะต้องมีการถูกเทขายอย่างแน่ๆ

อ้างอิงจากการชี้แจงและการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ของเขาที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2020 นาย Ulbricht ได้เผยให้เห็นถึงจุดที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตระยะยาวของ Bitcoin

ได้อธิบายว่า Wave ที่ 3 ของ Bitcoin ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อจาก Correction Wave หรือ Wave ที่ 2 อาจ “น่าประทับใจยิ่งกว่า” Wave ที่ 1 แน่นอนว่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เงินสกุลเงินดิจิตอลเปลี่ยนจากเซ็นต์ไปมีมูลค่าหลายพันดอลลาร์ได้สำเร็จ

Ulbricht ลังเลที่จะคาดการณ์โดยเขาคิดว่า Bitcoin จะมีการปรับตัวขึ้นในอีกไม่กี่ปีหรือหลายสิบปีข้างหน้า แต่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจากการที่เขายังเห็นข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างก่อนจะไปถึง

“ ผมยังคงเป็นนักลงทุนสายกระทิงในระยะยาว แต่ประเด็นก็คือระยะยาวนั้นมันยังมีขีดจำกัด ส่วนที่เหลือของ Wave ที่ 2 และจุดเริ่มต้นของ Wave ที่ 3 ดูเหมือนความผันผวนเล็กน้อยโดย Wave 2 อาจจะยังคงอยู่ในตอนนี้ แต่ทศวรรษนับจากนี้ราคา Bitcoin ที่กว่า 20,000 ดอลลาร์จะดูเหมือนถูกไปซะด้วยซ้ำ”

โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกา

โอกาสในการซื้อที่ดี
แม้กระนั้นผู้ก่อตั้ง Silk Road ก็ยังบอกชัดเจนว่าสถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดในสายตาของเขา ด้วยข้อมูลที่มีอย่างจำกัดจากที่เขาสามารถเข้าถึงได้ สามารถสรุปได้ว่าตัวเขาเองยังมองว่าราคา Bitcoin จะลดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขากล่าวว่านักลงทุนมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่มันก็เป็นโอกาสของผู้ที่มองเห็นด้วยเช่นกัน

“ตราบใดที่ Bitcoin ยังคงมีการซื้อขายและระบบยังคงเป็นไปตามการวิเคราะห์ทางเทคนิคอยู่นั้น นี่อาจเป็นโอกาสในการซื้อที่ดีที่สุดที่เราจะได้เห็นเป็นเวลานานมากเลยทีเดียว”

โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกา…

และในที่สุด

จุดตัด Golden Cross ในกราฟราคา Bitcoin หลังราคาพุ่งทะลุ $7,700

และในที่สุด bitcoin พุ่งทะลุแนวต้านที่สำคัญขึ้นมาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าช่วง Bull run ครั้งใหญ่กำลังจะกลับมา

เมื่อวานนี้ สกุลเงินดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกได้ปรับตัวพุ่งขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ $ 7,500 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นกว่า $ 704 ภายในเวลาเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น ราคาได้พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ $ 7,775 บนเว็ปเทรด Coinbase ก่อนที่จะปรับฐานราคาลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ $ 7,500 ในเช้าวันนี้

และในที่สุด

จะเห็นได้ว่า Bitcoin ได้พุ่งขึ้นทะลุกรอบแนวต้านที่สำคัญและสามารถยืนเหนือระดับ $ 7,500 ได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามการปรับตัวลดลงของราคากำลังอยู่ในช่วงระหว่างการหยุดพักและตัวชี้วัดที่สำคัญก็ได้แสดงให้เห็นว่า ราคากำลังอยู่ในจุด Overbought

Golden Cross
สัญญาณด้านบวกของกราฟ Bitcoin นั้นได้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมันก็คือ Golden Cross ที่หลาย ๆ คนกำลังเฝ้ารอจับตาดูอยู่ โดยก่อนหน้ามันได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งส่งผลให้ราคาของ Bitcoin พุ่งอย่างรุนแรงจากระดับ 7,500 ดอลลาร์ ไปแตะจุดสูงสุดของปีนี้ที่ระดับ 10,500 ดอลลาร์

หากให้อธิบายง่าย ๆ Golden Cross คือสัญญาณด้านบวกที่ปรากฎบนกราฟระดับ 1D ของ Bitcoin ที่เส้น MA 50 วันวิ่งตัดขึ้นกับเส้น MA 200 วัน โดยก่อนหน้านี้มันเคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้ว ซึ่งนั้นก็คือเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามหากเส้น MA 50 วันวิ่งตัดลงกับเส้น MA 200 วัน มันจะกลายเป็นรูปแบบ Death Cross ที่บ่งบอกถึงช่วงขาลงเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่ราคาจะร่วงลงอย่างรุนแรงในวันที่ 12 มีนาคม 2020

และในที่สุด

ราคาของ Bitcoin นั้นมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 7,500 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก Coinmarketcap ซึ่งหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแล้วล่ะก็ เราอาจจะได้เห็นราคาของ BTC นั้นพุ่งไปที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมเลยก็เป็นได้ ซึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือช่วงเดือนพฤษภาคมนั้นถือเป็นช่วงที่กำลังจะเกิดการ halving อีกด้วย

นี่เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์ราคาเชิงเทคนิคเท่านั้น ซึ่งผู้อ่านควรที่จะวิเคราะห์และทำการบ้านด้วยตนเอง ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ไม่ควรใช้บทความนี้ในการช่วยตัดสินใจลงทุน เพราะทางเราจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นหากเกิดความสูญเสียขึ้น ซึ่งหากลองดูรูปด้านล่างนั้นจะพบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 นั้นกราฟเคยเกิดเหตุการณ์ Golden Cross ขึ้นมาแล้วเช่นกัน ทว่าครั้งแรกนั้นราคาพุ่งขึ้นมา แต่ก็วิ่งกลับลงไปหลังจากนั้นไม่นาน ถือเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า fakeout หรือตลาดหลอกว่าราคาจะกลายเป็นขาขึ้นระยะยาวแต่ก็ไม่ใช่

และในที่สุด…

COVID

ผู้ก่อตั้งบริษัท Galaxy Digital เชื่อเวลาของ Bitcoin มาถึงแล้ว

เชื่อว่า Bitconi นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลียุคด้านเศรษฐกิจที่กำลังถูกทำให้เกิดขึ้นโดยไวรัส  COVID -19 ในขณะนี้ โดย Bitcoin นั้นกำลังอยู่ในช่วงจังหวะสำคัญท่ามกลางการพิมพ์เงินเป็นจำนวนมหาศาลของ Fed ในตอนนี้

เศรษฐีพันล้าน นาย Mike Novogratz หรือผู้ก่อตั้งบริษัท Galaxy Digital กล่าวว่า “เงินนั้นไม่ได้ถูกปลูกให้โตบนต้นไม้” พร้อมเอ่ยว่ามันจะมี Bitcoin เพียงแค่ 21 ล้านเหรียญที่จะถูกขุดขึ้นมาเพียงแค่นั้น

ด้านนาย Novogratz ผู้ที่มีกลยุทธ์ในการเทรดทั้งด้านมาโครและ cryptocurrency เผยถึงหลักฐานที่ว่าการปรับตัวใช้ Bitcoin ของผู้คนกำลังที่จะมาถึงในเร็ววันนี้

“เราได้เห็นการพิมพ์เงินที่กำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพวกธนาคารกลาง และผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการที่จะค้นหาอะไรบางอย่างที่มีความหายากมากกว่านี้”

COVID

ความโดดเด่นของ Bitcoin นั้นกำลังมาช่วยเติมเต็มความต้องการในรูปแบบดังกล่าว รวมถึงการที่ว่ามี 85% ของเหรียญทั้งหมดที่ถูกขุดออกมาแล้ว และการ halving นั้นก็จะเกิดขึ้นในเดือนหน้านี้ และจะทำให้อัตราเงินเฟ้อของมันถูกหั่นลงครึ่งหนึ่ง

“ด้วยความรู้สึกของผมนั้นก็คือคุณจะต้องมีปัจจัยด้านมาโครที่กำลังเกิดขึ้น และปัจจัยการปรับตัวเข้ามาใช้งานที่กำลังเกิดขึ้นใน Bitcoin”

ตลาดน้ำมัน
การดิ่งตัวลงของตลาดน้ำมันในสัปดาห์นี้ทำให้ราคานั้นได้ร่วงลงมา -40 ดอลลาร์ต่อบาเรล หมายความว่าความอ่อนแอทางด้านการเป็นตัวเก็บมูลค่าของน้ำมันนั้นจะต้องทำให้ Bitcoin โดดเด่นขึ้นมามากกว่าเดิม โดยนาย Mike Novogratz เขากล่าวว่าเคยเห็นตลาดในรูปแบบดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว

“เมื่อตลาดส่วนใหญ่พัง และตลาดน้ำมันไปไม่รอด การซื้อขายนั้นติดลบ 40 และในวันต่อมาสัญญาซื้อขายของเดือนมิถุนายนก็พังทลาย และมีความผันผวนสูงมาก มันได้ส่งข้อความที่บอกว่าอะไรบางอย่างนั้นไม่ถูกต้อง เซนส์ของผมนั้นก็คือตลาดหุ้นกำลังจะต้องมีการซื้อขายที่หนักหน่วงไปพักหนึ่ง และตลาดน้ำมันดิบก็จะมีการซื้อขายที่หนักหน่วงด้วยเช่นเดียวกัน”

เผยอีกว่าตัวเขานั้นมองว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้น และถือ Bitcoin อยู่เป็นจำนวนหนึ่ง และได้ทำการเทขายหุ้นที่ผ่านมานี้ และแม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกมาทำนายจุดต่ำสุดของตลาด S&P 500 แต่เขาก็เผยว่า ความผันผวนนั้นจะยังคงอยู่ในตลาดจนกระทั่งเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง และนั่นก็จะไม่เกิดขึ้นในอีกอย่างน้อย 6 เดือน

“เศรษฐกิจมันกำลังแย่ และมันก็จะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง”

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

ชาวจีน 14 รายโดนจับกุมข้อกล่าวหาต้มตุ๋น Bitcoin ในมาเลเซีย

เมื่อเร็วๆนี้ทางการมาเลเซียได้จับกุมตัวชายคนจีน 14 คนในข้อหาการฉ้อโกง Bitcoin และก็ฝ่าฝืน พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

ตำรวจมาเลเซียได้จับตัวชายชาวจีน 14 คนในข้อหาหลอกหลวงและฉ้อโกง Bitcoin โดยมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงนักลงทุนในประเทศบ้านเกิดของพวกเขา

ผู้ช่วยผู้บัญชาการ Dzulkhairi Mukhatar กล่าวว่าการจับกุมได้เกิดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2020 จากที่มีการเฝ้าระวังมานานกว่าสองเดือน

มีผู้ต้องสงสัยทุกคนมีอายุตั้งแต่ 20 ไปจนถึง 30 ปี และมีอย่างน้อยสามคนที่ไม่มีเอกสารการเดินทางถูกต้องตามกฎหมาย

ตำรวจมาเลเซียจับกุมนักต้มตุ๋นคริปโตในประเทศจีน
นักต้มตุ๋นได้ทำการปลอมตัวเป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยและหาเหยื่อผ่านแอปพลิเคชั่นส่งข้อความยอดนิยมของจีนเช่น WeChat และ QQ “ผู้ต้องสงสัยทุกคนจะพูดกันปากต่อปากว่าการลงทุนได้ผลกำไรจริง เพื่อชักชวนเหยื่อให้ทำการลงทุน” ผู้ช่วยผู้บัญชาการ Mukhatar กล่าว

ผู้กระทำผิดจะต้องเผชิญกับข้อหาภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากการฉ้อโกง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกนานถึงสิบปีและค่าปรับที่อาจมีมูลค่าสูงถึง $ 2,300

ในขณะนี้ทางตำรวจกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบจำนวนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและเงินที่หายไปจากหลอกลวงทั้งหมด

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียตัวปลอมและการหลอกลวงคริปโต
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่า

ตำรวจมาเลเซียเข้าบุกเข้าจับนักขุด Bitcoin หลังจากที่พวกเขาลักลอบใช้ไฟฟ้าทำให้ทางการเสียหายไปกว่า 3.2 ล้านริงกิต หรือประมาณ 760,736 ดอลลาร์

ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของมาเลเซีย Tenaga Nasional Bhd. ตกเป็นเหยื่อของการขุดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งส่งผลให้สูญเงินไปกว่า 760,736 ดอลลาร์ อ้างอิงจากสื่อข่าวท้องถิ่น Malay Mail ที่ได้รายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2019

นอกจากนี้เมื่อเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว สื่อข่าวท้องถิ่นยังได้รายงานอีกว่า ชื่อของนายกรัฐมนตรี Mahathir bin Mohamad ได้ถูกนำไปใช้ในการหลอกลวง Bitcoin ผ่านทางอีเมลอีกด้วย…

นักเทรดมืออาชีพ

ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นปิดช่องว่างตลาดฟิวเจอร์ CME ตามการคาดคะเนแล้ว

ดูราวกับว่าราคาของ Bitcoin นั้นจะพุ่งขึ้นไปปิดช่องว่างของกราฟบนตลาดฟิวเจอร์ระดับโลกที่ 7,260 ดอลลาร์แล้วในขณะกำลังรายงานข่าวอยู่นี้ โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้มี นักเทรดมืออาชีพ ออกมาคาดคะเนถึงการพุ่งขึ้นของราคาดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าจะเกิดขึ้นในวันหยุดนี้ แม้กระนั้นมันก็มีโอกาสที่จะหล่นลงไปภายหลังจากนี้ได้ด้วยเหมือนกัน

นักเทรดมืออาชีพ

อ้างอิงจากทวิตเตอร์ของนักวิเคราะห์ชื่อดัง Michael van de Poppe นั้น เขาได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์ว่าราคาของ Bitcoin จะมีโอกาสพุ่งขึ้นมาปิดช่องว่างบนตลาด CME ที่ระดับราคา 7,260 ดอลลาร์ได้เมื่อตอนช่วง 4 โมงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น และมองว่านี่คือเรื่องธรรมดาอย่างมาก หากนับจากสถิติที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้งที่ราคา Bitcoin มักจะเคลื่อนไหวเพื่อไปปิดช่องว่างบนตลาดดังกล่าว

นักเทรดมืออาชีพ

แต่เขาไม่ได้มองภาพรวมของตลาดเป็นขึ้นแบบ 100% โดยนอกเหนือจากนั้น เขามองว่าตลาดมีโอกาสที่จะร่วงลงไปที่ระดับต่ำกว่า 7,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้งหนึ่งในวันจันทร์นี้ ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าเทรนด์ของตลาดนั้นยังไม่มา และราคานั้นยังคง sideway อยู่ในกรอบขนาดใหญ่อยู่

แล้วนักวิเคราะห์อีกรายหนึ่งผู้ใช้นามแฝงว่า cryptohulk นั้นก็มีความเห็นที่ใกล้เคียงกัน โดยเขามองว่าราคานั้นก็จะพุ่งไปปิดช่องว่าง CME เช่นกัน

นักเทรดมืออาชีพ

เทคนิคการเทรด Bitcoin ด้วยการหาช่องว่างบนตลาด CME นั้นถือเป็นเทคนิคที่หลายคนทำมานานแล้ว เนื่องจากว่าโอกาสที่มันมักจะได้ผลนั้นมีสูงมากหากนับจากสถิติที่ผ่านมา

ถ้าดูกราฟของ CME ด้านล่างจาก Chronis Trading ด้านล่างนั้นจะพบว่าเรามีช่องว่างของราคาที่ยังไม่ได้ถูกปิดอีกทั้งหมด 3 ช่อง (ไม่รวมที่ระดับ 7,265 ดอลลาร์) ซึ่งดูเหมือนว่าช่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดนั้นก็คือช่องระดับที่ 3,565 ดอลลาร์ที่ก่อนหน้านี้ราคาเคยร่วงไปแล้วอย่างรุนแรงเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าการร่วงล่าสุดของราคา Bitcoin เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้นจะยังไม่สามารถปิดช่องดังกล่าวได้

นักเทรดมืออาชีพ

แต่เราก็ยังเหลือช่องที่ระดับ 11,735 ดอลลาร์ที่เคยถูกเปิดไว้เมื่อก่อนเดือนกันยายนปี 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าราคานั้นจะพุ่งไปปิดช่องไหนก่อนหรือหลัง…

ได้เริ่มลงทุนใน

นักลงทุนสถาบันกำลังลงเงินในกองทุน Bitcoin และก็ Ethereum ด้วยจำนวนเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

จำนวนสถิติล่าสุดจากบริษัทด้านการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล Grayscale ได้เปิดเผยให้มีความเห็นว่านักลงทุนสถาบันนั้นกำลังค่อยๆนำเงินของพวกเขาเข้ามาลงทุนใน Ethereum เป็นครั้งแรก จากที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ได้เริ่มลงทุนใน Bitcoin ไปแล้ว

ซึ่งโดยอ้างอิงจากรายงานของ Grayscale ของเมื่อตอนไตรมาสที่ 1 ของปี 2020 นี้ เปิดเผยว่านักลงทุนสถาบันกำลังเริ่มมุ่งมั่นกับการลงทุนในเหรียญ ETH มากขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นพอเพียงที่จะทำให้สามารถใส่ข้อมูลเข้าไปใน Grayscale Ethereum Trust ได้

นาย Spencer Noon หัวหน้าฝ่ายของบริษัทด้านการลงทุนคริปโต DTC Capital กล่าวว่าตัวเลขสถิตินั้นกำลังแสดงให้เห็นว่าจำนวนนักลงทุนกระเป๋าหนาที่เข้ามาลงทุนใน Ethereum กำลังถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อแล้ว

“นักลงทุนสถาบันนั้นกำลังซื้อเหรียญ ETH ดูเหมือนว่าแมวนั้นได้ออกมาจากถุงแล้ว (คำเปรียบเปรยที่หมายถึงการเปิดเผยความลับ) โดยรายงานล่าสุดจาก Grayscale นั้นกล่าวว่า

[Grayscale] Ethereum Trust เผยให้เห็นถึงตัวเลขจำนวน 110 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกที่ไหลเข้ามาในตลาด ซึ่งนี่มันมากกว่าของ 2 ปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก (95.8 ล้านดอลลาร์)”

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนจบไตรมาสที่ 1 นั้น จำนวนเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดของ Ethereum ได้แซงหน้าของ Bitcoin ไปแล้ว

โดยในช่วงทั้งไตรมาสนั้น นักลงทุนได้ลงเงินเข้ามาถึง 389 ล้านดอลลาร์ใน Grayscale Bitcoin Trust ในส่วนของ Ethereum Trust นั้นจะอยู่ที่ 498.9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลของ Grayscale นั้นจะมีเหรียญ cryptocurrency จริง ๆ มาค้ำไว้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของพวกเขานั้นจะมีเหรียญดัง ๆ อย่างเช่น XRP, Bitcoin Cash, Litecoin, Ethereum Classic, Stellar Lumens, Zcash และ Horizen โดยรายงานล่าสุดของพวกเขานั้นเผยว่ามีเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดรวมกันถึง 503.7 ล้านดอลลาร์

พวกเขากล่าวว่านักลงทุนนั้นกำลังเริ่มให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะไม่ชอบความเสี่ยงในตลาดคริปโตที่มีความผันผวนสูงก็ตาม

ได้เริ่มลงทุนใน Bitcoin ไปแล้ว…