ถูกล็อค

Bitcoin ที่ถูกล็อคบน Defi มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 30%

ดูเหมือนในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจำนวน BTC ที่ ถูกล็อค ในแพลตฟอร์ม Defi จะมากขึ้นกว่า 30% ถึงแม้ราคา Bitcoin ( BTC ) รวมทั้ง Ethereum ( ETH ) จะยังคงตกน้อยลงก็ตาม

มูลค่าเงินดอลลาร์ทั้งหมดที่ถูกล็อค (TVL) สามารถปรับตัวมากขึ้นหรือน้อยลงได้ตามราคาตลาด แม้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนโทเค็นที่ล็อคไว้ก็ตาม ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามูลค่าเงินดอลลาร์ทั้งหมดที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์ม Defi ร่วงน้อยลงจากจุดสูงสุดตลอดกาล ที่ 9.6 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 2 ก.ย.2020ไปเป็น 6.11 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 10 ก.ย. 2020 ก่อนจะไต่กลับขึ้นมาสู่ระดับ 7.82 พันล้านดอลลาร์อีกรอบ

จากข้อมูลของ DefiPulse เปิดเผยให้เห็นว่าจำนวน BTC ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์ม Defi มากขึ้นจาก 67,038 BTC หรือ 694 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 2 ก.ย. 2020 แตะจุดสูงสุดตลอดไปที่ 87,752 BTC หรือ 904 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากขึ้นกว่า 30.9% หรือคิดเป็น 20 เท่าของ BTC ที่ถูกล็อคไว้บนเครือข่าย Lightning Network

ส่วนมากกว่า 50% หรือ 51,295 BTC ของ BTC ที่ถูกล็อคอยู่ในรูปแบบ WBTC บนเครือข่ายของ Ethereum รวมทั้งคิดเป็นจำนวน BTC ที่เพิ่มขึ้นกว่า 63% ตั้งแต่แมื่อวันที่ 2 ก.ย.2020

RenVM ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้โทเค็น BTC ของตัวเองบนเครือข่าย Ethereum มีการล็อค Bitcoin จะนวน 17,630 BTC รวมทั้งคิดเป็นจำนวนที่มากขึ้นกว่า 2,500 BTC นับจากต้นเดือน

ตรงกันข้ามเครือข่าย Lightning Network กลับมีสัดส่วนแค่เพียง 1.2% หรือ 1,061 BTC ของ BTC ทั้งหมดที่ถูกล็อคไว้ใน DeFi โดยจำนวนเหรียญ BTC ที่ถูกล็อคบน Lightning Network มากขึ้นแค่เพียง 4 BTC หรือน้อยกว่า 0.02% ของการเจริญเติบโตทั้งหมดของ BTC จนกระทั่ง ก.ย.2020

198 BTC ถูกเพิ่มเข้ามาในเครือข่าย Lightning ตั้งแต่แมื่อตอนต้นปีบ่งบอกถึงถึงการเติบโตประมารณ 23% และก็น้องกว่าการเติบโตมากขึ้นของ WBTC ในปีนี้ที่ระดับมากยิ่งกว่า 50,000 BTC หรือจำนวนที่มากขึ้นกว่า 8,600%

แม้ว่าจะมีการลบเหรียญ Ethereum กว่า 600,000 เหรียญออกมาจากโปรโตคอลของ DeFi แต่ว่า Bitcoin ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งอันดับที่สองที่ห่างไกล หรือคิดเป็นมูลค่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบเคียงกว่าเหรียญ Ethereum 5.6 ล้านเหรียญที่ถูกล็อคอยู่ไว้ภายในแพลตฟอร์ม โดยเหตุนั้นมีความหมายว่าโดยรวมแล้วเกือบจะ 5% ของอุปทานเหรียญ Ethereum ถูกล็อคเอาไว้อยู่บนแพลตฟอร์ม DeFi

ถูกล็อค…

ผู้ถือ

ผู้ถือ bitcoin รายใหญ่โอน Bitcoin มูลค่ากว่า 5.2 พันล้าน ชำระค่าธรรมเนียม 50.87 บาท

ผู้ถือ bitcoin จำนวนมากมายรายหนึ่งได้โยกย้าย BTC มูลค่ารวมกว่า 5.2 พันล้านบาทใน 1 ธุรกรรม

ข้อมูลที่ได้มาจากเว็บ BitInfoCharts ได้เปิดเผยให้เห็นว่ามีกระเป๋าเก็บเหรียญตัวหนึ่งที่ถูกทำขึ้นช่วงวันที่ 29 ก.ค.2020 แล้วก็เคยถูกใช้เพื่อเก็บเหรียญ bitcoin จำนวน 13,792 BTC ส่งผลทำให้มันเป็นกระเป๋าที่ใหญ่เป็นอันดับ 52 ของโลก

โดยล่าสุดนี้เจ้าของกระเป๋าดังกล่าวได้ตัดสินใจโอนเหรียญ bitcoin ทั้งหมดทั้งปวงออกมาจากกระเป๋าดังกล่าวแล้วก็ทำการจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นมูลค่า 0.00013720 BTC หรือแค่เพียง 50.87 บาทเพียงแค่นั้น

ยิ่งไปกว่านี้ข้อมูลวิธีการทำธุรกรรมจากเว็บ Blockchain.com เปิดเผยให้เห็นว่า bitcoin จากกระเป๋าดังกล่าวถูกส่งไปยังกระเป๋าอีก 3 กระเป๋า โดยหนึ่งได้รับไปจำนวน 13,292 BTC รวมทั้งยังไม่ได้ถูกเอาไปใช้จ่ายตอนนี้

ในเวลาเดียวกันจำนวนยอดอีก 1 ยอดซึ่งมีมูลค่า bitcoin อยู่ที่ 0.01259165 BTC ยายถูกส่งไปอีก 1 กระเป๋าขนาดใหญ่

ที่เหลือกระเป๋าสุดท้ายได้รับไป 500 BTC ต่อจากนั้นกระเป๋าใบนี้ก็ได้กระทำส่งบิตคอยน์จำนวน 870 BTC ไปให้กระเป๋าอื่นๆอีก 24 กระเป๋า

แต่ในแต่ละกระเป๋านั้นดูราวกับว่าจะปราศจากความเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการเว็บไซต์กระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนคลิปโตหรือเก็บทุเรียนขึ้นตัวใดๆเลย ยิ่งไปกว่านี้การเคลื่อนย้ายเหรียญดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาของ bitcoin นั้นเพียรพยายามจะพุ่งทะลุ 12,000 ดอลลาร์ตอนนี้…

นักลงทุนรายนี้ไม่ได้โอน

วาฬ Bitcoin ถือ Bitcoin มูลค่า 17,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในผู้ที่ถือเหรียญนานที่สุด

ซึ่ง วาฬ Bitcoin ถือ BTC จำนวนกว่า 68,000 BTC มูลค่า $525,000,000 นั้นได้กลายมาเป็นผู้ชี้ชะตาอนาคตของคริปโตในระยะยาวแล้ว อ้างอิงข้อมูลจาก Coin Metrics คือ นักลงทุนรายนี้ไม่ได้โอน Bitcoin ไปที่ไหนเลยนับแต่ปี 2015 คาดว่าเขานั้นน่าจะถือยาว

ส่วนด้านบริษัทข้อมูลทางคริปโตก็ได้ติดตามการทำธุรกรรมโอน Bitcoin เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของเครือข่าย ถ้าหากยิ่งมีนักลงทุนที่ถือเหรียญระยะยาวมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ Bitcoin นั้นมีความขาดแคลนมากเท่านั้นเพราะเหรียญทั้งหมดจะมีเพียง 21 ล้านเหรียญ

จากรายงาน Coin Metrics เผยว่า:

“วาฬ Bitcoin ตัวใหญ่กลายมาเป็น HODLer 5 ปี สัปดาห์ที่แล้ว 68,000 BTC ถูกย้ายออกจากกลุ่มอุปทานที่ใช้งาน 5 ปีบ่งชี้ว่าครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเคลื่อนย้าย Bitcoin คือเดือนเมษายน 2558”

นักลงทุนรายนี้ไม่ได้โอน

แล้วนอกเหนือจากการถือ BTC เพียงอย่างเดียวเป็นการลงทุนระยะยาวยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมวาฬรายนี้ถึงไม่มีการเคลื่อนย้าย Bitcoin ไปไหนเลย

จากข้อมูลของ Chainalysis ได้ชี้ว่า BTC จำนวนกว่า 2.3-3.7 ล้าน BTC นั้นได้สูญหายไปแล้วตลอดการ คือเจ้าของนั้นได้ทำไพรเวทคีย์หายไปแล้วทำให้ไม่สามารถเข้าถึงกองทุนของพวกเขาได้ นอกจากนี้บริษัทยังคาดเดาว่าวอลเล็ทที่มี BTC แล้วไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนตั้งแต่ก่อนปี 2014 นี้ก็อาจเข้าข่ายเคสนี้ก็เป็นได้…

แนะนำให้คนเข้ามาลงทุน

คาดมีแค่ 1 Bitcoin ก็เพียงพอต่อการเกษียณ

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ต่าง แนะนำให้คนเข้ามาลงทุน Bitcoin มากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาร่วงให้ซื้อ BTC เก็บไว้เป็นเงินวัยเกณียณของตน ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวคิดที่แปลกใหม่โดยด้านนักวิเคราะห์รายหนึ่งก็ชี้ว่าแค่ซื้อ BTC เก็บสะสมไว้ 1 BTC นั้นก็เพียงพอที่จะให้ผลตอบแทนในระยะยาวสูงมากๆ แล้ว

ระยะเวลาสี่สิบปีที่ผ่านมาแผนการเกษียณอายุในประเทศที่พัฒนาแล้วได้ค่อยๆ เปลี่ยนจากโครงการผลประโยชน์คงที่ เช่น แผนเงินบำนาญมาตรฐานไปเป็นโครงการเงินสมทบที่กำหนดเช่น 401ks ซึ่งก็มีการดีเบตเกิดขึ้นในสังคม

สถานการณ์การเงินของโลกก็ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ผู้เกษียณอายุก็ได้รับผลกระทบตรงนี้ มูลค่าของเงินที่เก็บมาเกือบทั้งชีวิตเมื่อเกษียณอายุไปอาจไม่มากพอ ซึ่งนักวิเคราะห์ Davincij15 ก็ได้ออกมาชี้ให้เห็นถึงประเด็นนี้

และขาก็ได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเริ่มเก็บเงินตอนอายุยังน้อยและชี้ให้เห็นถึงปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้เงินเก็บมีมูลค่าลดลงดังนั้นเขาจึงมองว่า Bitcoin นั้นเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดี

มีแนวโน้มที่คนทำงานในยุคนี้จะเก็บ Bitcoin เป็นเงินในวัยเกษียณของพวกเขานั้นมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้นั้นเชื่อว่าการลงทุนในคริปโตจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิมและเชื่อว่าคริปโตจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายทองคำและพันธบัตรรัฐบาล…

ระอุอีกครั้ง

เผยราคา Ethereum เตรียมการ ” ระอุอีกครั้ง ” แม้ว่าจะอยู่ใต้แนวต่อต้านสำคัญ

ระอุอีกครั้ง

เมื่อคืนราคา Bitcoin ได้พุ่งขึ้นอีกรอบสัมผัส 7,200 ดอลลาร์ทำให้เหรียญอื่นๆอย่าง Ethereum แล้วก็เหรียญ Altcoin อื่นๆก็พุ่งตาม โดยเหรียญ Ethereum นั้นได้วิ่งสัมผัสระดับแนวต้านทานที่สำคัญที่เหล่าผู้บริโภคอยากที่จะให้มันผ่านผ่านไปให้ได้

นักวิเคราะห์ได้ชี้ว่าถัดไปบางทีอาจได้มองเห็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แม้มันก้าวผ่านแนวต้านทานสำคัญนี้แล้วแล้วก็ถัดไปเราบางทีอาจมองเห็นราคา ETH พุ่งแตะต้อง 170 ดอลลาร์
Ethereum มีราคาเพิ่มสูงพร้อมกับ Bitcoin
ในตอนนี้ราคา Ethereum เพิ่มขึ้นมาเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ระดับราคา $142 โดยไต่จากระดับราคาแถวๆ -$100

การที่ราคา ETH เพิ่มขึ้นเช่นนี้มันเกิดขึ้นตอนที่ BTC พุ่งจาก $6,000 มาแตะ $6,800 และเจอกับแนวต้าน โดยทำให้ราคา ETH วิ่งผ่านแนวต้านที่ $140 ด้านนักวิเคราะห์ชื่อดัง George ก็เชื่อว่ามันอาจจะมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกครั้งหลังสามารถวิ่งผ่านแนวต้านได้

“ดูเหมือนราคา ETH กำลังจะระเบิด ผมดูกราฟแถวๆ ระดับกลางนี้” เขากล่าวพร้อมโพสต์กราฟ

ระอุอีกครั้ง

เมื่อดูจากกราฟจะเห็นว่า ETH นั้นมีราคาอยู่ที่แถวๆ ระดับ $125 และ $145 ถ้าหากเบรคผ่านราคาดังกล่าวได้ก็จะทำให้นักวิเคราะห์สามารถมองได้ว่าต่อไปมันจะมุ่งหน้าไปทางไหนต่อในระยะกลางนี้

ETH อาจพุ่งทะยานไปต่อ
ด้านนักวิเคราะห์ชื่อดังอีกรายหนึ่งนาย Josh Olszewicz ก็ได้เน้นให้ดูที่วอลุ่มของ ETH และเครื่องมือทางเทคนิค Bollinger Bands เพื่อวิเคราะห์ราคาของมัน ถ้าหากมันสามารถเบรคทะลุแนวต้านได้เป้าหมายต่อไปคือ $170

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ราคา Bitcoin ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ ทะลุ 4,610 ดอลลาร์ หล่นกว่า 40% ในวันเดียว

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ตลาดทั่วทั้งโลกกำลังลุกเป็นไฟอยู่ในช่วงเวลานี้ แล้วก็โน่นรวมถึงตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่คนจำนวนไม่น้อยต่างก็มั่นใจว่ามันจะมาเป็นสินทรัพย์ไม่เป็นอันตรายยามโลกเกิดวิกฤตด้วยด้วยเหมือนกัน แล้วก็ซึ่งก็คือ Bitcoin

ดูเหมือนการร่วงของราคาเหรียญ BTC นั้นจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเมื่อวานนี้ โดยราคานั้นได้เริ่มตกลงมาตั้งแต่ระดับ 7,900 ดอลลาร์ตอนเวลาเช้า แล้วก็ลงมาแตะต้อง 5,600 ดอลลาร์โดยประมาณช่วงเย็น แม้กระนั้นดูราวกับว่าโน่นจะยังไม่ใช่ก้นเหวของ Bitcoin ซึ่งการตกดังกล่าวนั้นดูราวกับว่าจะมากยิ่งกว่า 40% ใน 1 วันเลยทีเดียว

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

กราฟราคาจาก Bitfinex บน TradingView ยังเผยให้เห็นอีกว่าราคาของ Bitcoin นั้นยังคงทำจุดต่ำสุดของปี 2020 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อเช้าของวันนี้ มันยังได้ร่วงลงมาแตะ 4,607 ดอลลาร์อีกด้วย สร้างความกลัวให้กับนักลงทุนทั่วโลก และตั้งคำถามว่านี่คือจุดจบของ Bitcoin แล้วหรือไม่

มีการโพสต์ภาพเปรียบเทียบกราฟราคาของช่วงก่อนการ Halving ในช่วงปี 2013 และของตอนนี้บนเว็บไซต์ Reddit โดยเผยให้เห็นว่ากราฟราคาในช่วงนั้นกับตอนนี้ดูมีลักษณะที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน และเป็นการชี้ให้เห็นว่าราคานั้นอาจมีการปรับตัวขึ้นหลังเกิด Halving อีกด้วย

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ท่ามกลางความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจรวมทั้งความหวาดกลัวนั้น ได้มีการออกมาคาดหมายกันถึงต้นเหตุที่ราคาของ Bitcoin หล่นลงอย่างหนัก โดยเมื่อวานนี้ทางประเทศไทยบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าปัจจัยที่ตลาดคริปโตรวมทั้งตลาดทั่วทั้งโลกตกอย่างหนักจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงในตอนวันสองวันที่ผ่านมานี้อาจมาจากการแพร่ไปอย่างเร็วของเชื้อไวรัส Co-vid19 อย่างเร็วทั้งโลก รวมทั้งการทำศึกน้ำมันระหว่างรัสเซียรวมทั้งซาอุอีกด้วย

เมื่อแนวรับที่ 5,300 ดอลลาร์กับ 5,100 ดอลลาร์ไม่อาจจะรับราคา Bitcoin ไว้ได้อีกต่อไป ดูเหมือนเรายังจะต้องรอดูแนวรับของราคาเมื่อปี 2018 ที่ 3,100 ดอลลาร์ และก็ของปี 2017 ที่ 2,100 ดอลลาร์ บางทีอาจฟังมองเจ็บปวดรวดร้าวสำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อย แต่ว่าสำหรับบางบุคคลอาจมองมันเป็นโอกาสสำหรับในการเข้าซื้อของถูก…

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ราคา Bitcoin ดิ่งแตะที่ 8,800 ดอลลาร์ พาเหรียญ Altcoins อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

เหรียญ Altcoins อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

หากแม้ในตอนช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin (BTC) และก็เหรียญ Altcoins อื่นๆจะเบาๆทยอยไต่ขึ้นไปทดสอบแนวต่อต้านอีกรอบ ซึ่งในส่วนของ Bitcoin นั้นมันก็มีมูลค่าที่มากขึ้นมาจาก 8,644 เป็น 9,141 ดอลลาร์ได้สำเร็จ จนกระทั่งทำเอานักลงทุนต่างก็เริ่มใจชื้นบ้างแล้ว

แต่ว่าล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก็มีการเทขายอย่างมากอีกรอบภายในเวลาสั้นๆจนกระทั่งทำให้ราคาของมันเกือบจะกลับมาจุดเดิมของเมื่อต้นสัปดาห์เลย

อ้างอิงจาก Coinmarketcap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin มีมูลค่าอยู่ที่ 8,807 ดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงของราคา 3.42 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 36,894 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 160,823 ล้านดอลลาร์

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ตลาด Altcoins ก็สีแดง
นอกจากราคา Bitcoin ที่ดูท่าไม่ค่อยดีแล้ว เหรียญ Altcoins อันดับต้น ๆ ในตลาดต่างก็มีมูลค่าที่ลดลงในทิศทางเดียวกับ Bitcoin เช่นกัน อย่าง Ethereum (ETH) ที่ตอนนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 233 ดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงของราคา 4.15 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 19,482 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 25,710 ล้านดอลลาร์ หรือ Ripple ( XRP) เองก็มีมูลเหลือ 0.2330 ดอลลาร์เท่านั้น คิดเป็นการลดลงของราคา 4.47 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 2,133 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 10,213 ล้านดอลลาร์

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

เหรียญ Altcoins อันดับต้น ๆ ที่มีมูลค่าลดลงมากที่สุดก็คือ Tezos หรือ XTZ ที่มีมูลค่าลดลงกว่า 8.98 เปอร์เซ็นต์ และรองลงมาเป็น Bitcoin Cash ที่ลดลงมากว่า 7.32 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทย
ในส่วนของตลาดคริปโตประเทศไทยแล้ว ราคา Bitcoin ในเว็บ Bitkub นั้น มีราคาอยู่ที่ 277,200 บาท และ Satang Pro อยู่ที่ 276,501 บาท เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดนอกประเทศ

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อะไรกันแน่ที่ลั่นไกทำให้เกิดการเทขายในครั้งนี้ แต่ว่า การเทขายก็ยังไม่ได้ถือว่าหนักมากนัก แนวรับในระดับ 8,500-8,700 ดอลลาร์ ยังสามารถรักษาเอาไว้ได้อยู่ และถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะถือได้ว่าเป็นการปรับฐานอีกครั้ง ที่คงเรียกความมั่นใจนักลงทุนมาได้ไม่น้อย และอาจเป็นทรงที่ดีสำหรับขาขึ้นที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปก็เป็นได้

ในทางกลับกัน หากแนวต้านในระดับนั้นไม่สามารถรั้งไว้ได้อยู่ นักลงทุนก็คงต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ดีควรรอบคอบพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ควรมีแผนการเข้าซื้อขาย และแบ่งเงินอย่างเหมาะสมเพื่อกระแส พร้อมลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุด เพราะอย่าลืมเสมอว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดคริปโตนี้

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด…

ในช่วงวิกฤตโลก

พ่อค้ากัญชาสูญเสีย Bitcoin มูลค่ากว่า 1,637 ล้านบาท เหตุเพราะผู้ให้เช่าบ้านโยนรหัสทิ้งถังขยะ

เหตุเพราะผู้ให้เช่าบ้านโยนรหัสทิ้งถังขยะ

ในตอนเริ่มต้นของแวดวงคริปโต ก็ยังไม่มีเหรียญ Altcoins ที่เน้นย้ำ Privacy เยอะมากเกิดมาราวกับเวลานี้ ทำให้ในเวลานั้น อาชญากรมักเลือกที่จะใช้ Bitcoin เป็นสิ่งที่ใช้ในการทำของผิดกฎหมายออนไลน์ แต่ว่าก็อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า Bitcoin นั้นไม่ได้ปกปิดความเป็นส่วนตัวขนาดที่ว่าตามตัวไม่ได้เลย จนกระทั่งทำให้มีผู้ละเมิดกฎหมายด้วย Bitcoin มากมายก่ายกองโดนจับ เหมือนกันกับนาย Collins ที่โดนจับเพราะเหตุว่าค้าของผิดกฎหมาย

สูญ Bitcoin กว่า 1,637 ล้านบาท
อ้างอิงจากรายงานของ Irish Times นาย Dubliner Clifton Collins ชายวัย 49 ปี ได้กระทำการสะสม Bitcoin ของเขาในปี 2011 แล้วก็ 2012 โดยการค้าขายกัญชาแบบไม่ถูกกฎหมาย จนกระทั่งทำให้ในตอนนั้น เขาสามารถสะสมได้มากถึง 6,000 BTC อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเวลานี้มันยังแพงเพียงแค่ 5 ดอลลาร์แค่นั้น

ต่อมาในปี 2017 นาย Collins ถูกจับกุมเนื่องจากการครอบครองและค้ากัญชา จนทำให้ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี แต่ก่อนที่เขาจะถูกจับกุม นาย Collins ได้ทำการซ่อนรหัสเข้า Wallet ทั้ง 12 อันของเขาไว้ในกล่องที่เก็บเบ็ดตกปลา โดยแต่ละ Wallets มีประมาณ 500 BTC ซึ่งกล่องนั้นก็ถูเก็บไว้ในบ้านเช่นของเขาที่ Farnaught, Cornamona และ Co Galway

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เขาถูกจำคุก เจ้าของบ้านเช่าของนาย Collins ก็ได้ทำการส่งของใช้ส่วนใหญ่ของเขาไปที่สถานที่ฝังกลบขยะ ซึ่งของใช้นั้นก็รวมไปถึงกล่องที่มีรหัสในการเข้า Wallet ของเขาอยู่ด้วย

เมื่อตามติดข้อมูลไป คนงานที่อยู่ตรงที่ฝังกลบขยะก็กล่าวว่า เขาจำได้ว่าเจอกล่องที่มีอุปกรณ์ตกปลาอยู่ แต่ขยะพวกนั้นก็ถูกย้ายไปที่เยอรมันและจีนแล้ว

หลังจากที่นาย Collins ได้ทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า รหัสเข้า Wallet ที่เขาเก็บไว้ได้กลายเป็นขยะไปแล้ว เขาก็ยอมรับโชคชะตาแต่เสียโดยดี และคิดว่าการสูญเสียเงินในรอบนี้เป็นหนึ่งในการลงโทษสำหรับการทำผิดกฎหมายของเขานั่นเอง

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin มีมูลค่าอยู่ที่ 8,654 ดอลลาร์ ลดลง 0.79 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณการเทรดโดยรวมอยู่ที่ 36,300 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าโดยรวมที่ 157,895 ล้านดอลลาร์

เหตุเพราะผู้ให้เช่าบ้านโยนรหัสทิ้งถังขยะ

ถ้าอิงจากราคา Bitcoin ในขฯะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin จำนวน 6,000 BTC ก็จะมีมูลค่าเท่ากับ 51.92 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,637 ล้านบาทเลยทีเดียว

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่นักลงทุนควรศึกษาไว้ว่า การเก็บรหัส Bitcoin ที่ดีนั้นไม่ควรเก็บรวมกันไว้ที่เดียว เพราะถ้ามีเหตุการณ์อะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น ก็เท่ากับเราเสีย Bitcoin นั้นไม่ตลอดกาลเลย ทางที่ดีควรมี Backup อย่างน้อย 2 ขั้น จึงจะปลอดภัย

เหตุเพราะผู้ให้เช่าบ้านโยนรหัสทิ้งถังขยะ…

ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง

โมเดล Stock to flow เปิดเผยราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ $14,000 ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง $37,000 ในปี 2021

ราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ $14,000 ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง $37,000 ในปี 2021

ปัจจุบันนี้มีตัวชี้วัดมากมายที่ได้มีการพยากรณ์ราคาของ Bitcoin ในรูปแบบที่ต่างกันออกไป แต่ถ้าว่าหนึ่งที่ตัวชี้วัดที่ถูกต้องแม่นยำเยอะที่สุดก็คือ โมเดล Stock to flow ของนาย Plan-B นักวิเคราะห์ชื่อดัง เนื่องมาจากมันมีการวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ Halving ของ Bitcoin ดังนั้นนี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าราคาของ Bitcoin กำลังจะพุ่งแตะระดับ $ 14,000 ภายในช่วงปลายปี

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Bitcoin สามารถขึ้นไปยืนเหนือระดับราคาสูงกว่า $ 10,000 ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นไม่นานมันก็ต้องเผชิญหน้ากับแนวต้านที่แข็งแกร่งและตอนถอยทัพกลับลงมาที่ระดับต่ำกว่า $ 9,600 อีกครั้ง ในขณะที่รายงาน

วิเคราะห์ราคา Bitcoin โดยใช้โมเดล Stock to Flow
โมเดล Stock to Flow เป็นการเทียบสัดส่วนของปริมาณของสินค้าที่มีอยู่ในสินค้าคงเหลือหรือยอดขายในปัจจุบันซึ่งในที่นี้ก็คือ Bitcoin โดยนำมาหารด้วยจำนวนที่ผลิตทุกปี ซึ่งมันถูกนำมาใช้มากขึ้นสำหรับการคาดการณ์ราคา BTC และเนื่องจากการ​ Halving ในเดือนพฤษภาคมจะเป็นการลดซัพพลายและอัตราเงินเฟ้อลงครึ่งหนึ่งมันจะยิ่งเป็นการเพิ่มอัตราส่วน S2F อีกสองเท่า

โดยอ้างอิงจากทวิตเตอร์ของ @datadater ที่ได้ออกมาโพสต์กราฟวิเคราะห์ราคา Bitcoin โดยใช้โมเดล Stock to Flow ซึ่งเป็นการเทียบมูลค่า Bitcoin ตามสัดส่วนที่เหลือน้อยลงของมัน

ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง

การวิเคราะห์ของโมเดลข้างต้นได้ชี้ให้เห็นว่าจุดต่ำสุด , จุดสูงสุดและค่ามัธยฐานของราคานั้นควรที่เท่าไหร่ หลังจากที่มีเหตุการณ์ Bitcoin Halving เกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 78 วันเท่านั้น

จากกราฟปัจจุบันของ BTC มีการซื้อขายสูงกว่าระดับเฉลี่ย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 8,500 ดอลลาร์ โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ Bitcoin Halving แล้ว ราคาเฉลี่ยต่ำสุดได้เพิ่มขึ้นจากระดับ $ 5,000 ไปเป็น $ 60,000 ในขณะที่ราคาเฉลี่ยสูงสุดนั้นได้กระโดดเพิ่มขึ้นจาก $ 50,000 ไปเป็น $ 500,000

ดังนั้นการคาดการณ์ราคาเฉลี่ยในช่วงสิ้นปีนี้ ก็ควรจะสูงกว่าระดับ $ 14,000 นั่นเอง

ค่าความยากในการขุด Bitcoin
นอกจากนี้นักวิเคราะห์ PlanB ยังได้ใช้ stock-to-flow ของเขาในการติดตามประสิทธิภาพของค่าความยากในการขุด Bitcoin ด้วยเช่นกัน โดยสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนักขุดเหมืองเริ่มยอมแพ้ เนื่องจากราคาของเหรียญ BTC เริ่มมีมูลค่าน้อยลงและบังคับให้เหล่านักขุดต้องยุติกิจการของพวกเขา

ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง

ครั้งสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็คือ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2018 เมื่อราคา Bitcoin ได้ร่วงลดลงเหลือ $ 3,200 นอกจากนี้ค่าความยากในการขุด Bitcoin ก็ปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน หลังจากที่ Bitcoin ได้ร่วงลดลงไปที่ระดับ 6,600 ดอลลาร์ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นาย PlanB ชี้ว่าจุดสูงสุดถัดไปของ Bitcoin นั้นอาจจะเพิ่มขึ้นไปถึง 10 เท่า จากระดับต่ำสุดก่อนหน้านี้ ($ 3,700) หรืออาจเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่าเลยทีเดียว

ดังนั้นหากประเมินจากราคาที่ต่ำสุดไว้อยู่ที่ $ 3,700 ระดับราคาที่เพิ่มขึ้น 10 เท่าก็จะอยู่ที่ประมาณ $ 37,000

ในปลายปีนี้แล้วก็พุ่งไปถึง…

ล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่ง

เหรียญแชร์ลูกโซ่ PlusToken เคลื่อนไหวอีกครั้ง ย้าย Bitcoin กว่า 123 ล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่ง

ย้าย Bitcoin กว่า 123 ล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่ง

รายงานล่าสุดพบการทำธุรกรรมกว่า 12,000 BTC ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหรียญแชร์ลูกโซ่ PlusToken หลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งทะยานแตะ $10,251.32 ในเวลานี้ โดยทวิตเตอร์ WhaleAlert ได้พบการโอนย้าย BTC กว่า 12,000 เหรียญจากกระเป๋าไม่รู้จักไปยังกระเป๋าไม่รู้จัก

ล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่ง

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโอนถ่าย Bitcoin ในครั้งนี้คือเหรียญสแกม PlusToken นั่นเอง

ก่อนหน้านี้มันเคยมีการเคลื่อนย้าย BTC จำนวนกว่า 22,923 BTC เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา และเมื่อไม่นานมานี้มันก็เพิ่งจะโอนย้าย Ethreum จำนวนกว่า 789,525 เหรียญหรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3,105 ล้านบาท ได้ถูกโอนจากกระเป๋าเงินโปรเจ็คเหรียญแชร์ลูกโซ่ PlusToken ชื่อดังและถูกส่งไปยังกระเป๋าที่ไม่รู้จักซึ่งในการโอนครั้งนี้ไม่ได้เป็นการโอนทั้งหมดของ PlusToken และมันยังคงมีเหรียญจำนวนหนึ่งถือครองอยู่

ล้านดอลลาร์หลังราคาพุ่ง

ทั้งนี้โปรเจ็ค Plus Token Wallet เป็นแอปฯ มือถือที่มีการโปรโมทไปทั่วจีน, เกาหลีใต้ และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการสัญญาว่าจะได้ผลตอบแทนหรือปันผลรายเดือนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นไม่นานในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มันก็ได้ปิดตัวลง ทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย และกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์

PlusToken สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับนักลงทุนโดยทำความเสียหายอย่างต่ำประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120.87 พันล้านบาท) และมันมีการเคลื่อนไหวโยกย้ายทำธุรกรรมอยู่เรื่อยๆ

ทั้งนี้ราคา Bitcoin ในเวลาที่รายงานบทความนี้อยู่ที่ระดับ 10,200 ดอลลาร์อีกครั้งเพิ่มขึ้นมากว่า +4 เปอร์เซ็นต์ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอ้างอิงจาก Coinmarketcap