เหรียญได้รับความเสียหาย

CEO บริษัทผู้สร้างเหรียญคริปโต อันดับ 3 ฟ้อง Youtube

CEO ของบริษัทผู้สร้างเหรียญคริปโตอันดับสามของโลกนาย Brad Garlinghouse กำลังออกมาฟ้อง YouTube ในข้อหาที่ยินยอมให้มีการทำวีดีโอฉ้อโกงและหลอกลวงว่าจะแจกเหรียญ XRP ปลอม ส่งผลทำให้ผู้ใช้งาน เหรียญได้รับความเสียหาย และบริษัทต้องเสียชื่อเสียง

ซึ่งการยื่นฟ้องของ Ripple นั้นดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงและฉ้อโกงว่าจะแจกเหรียญ XRP ให้แบบฟรี ๆ โดยมิจฉาชีพนั้นจะไปทำการขโมยบัญชีผู้ใช้งานบน Youtube เพื่อนำมาหลอกเหยื่อให้ทำการส่ง XRP ไปให้มิจฉาชีพเหล่านี้ และสัญญาว่าจะส่งเหรียญ XRP คืนให้เหยื่อเป็นจำนวนที่มากกว่าเป็นการตอบแทน

จากทวิตเตอร์ของนาย Brad นั้น เขาได้ออกมากล่าวว่า Youtube นั้นถือเป็นจุดศูนย์กลางของการหลอกลวงเหล่านี้ และเผยว่าแพลทฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ อย่างเช่น Instagram นั้นก็มีความเกี่ยวข้องอีกด้วย

“ในวงการนี้ บริษัทด้านโซเชียลนั้นกำลังล้มเหลวในการจัดการแพลทฟอร์มของพวกเขาเพื่อป้องกันพวกมิจฉาชีพหลอกลวงด้านการแจกเหรียญฟรี มีผู้คนนับร้อย (รวมถึงพวกคุณบางคนด้วย) ที่ต้องสูญเสียเงิน แต่กระนั้นบริษัทเหล่านี้ก็ยังไม่แยแส” เขากล่าว

จากเอกสารการยื่นฟ้องนั้น ทาง Ripple ได้กล่าวว่านักฉ้อโกงเหล่านี้ได้ประสบความสำเร็จในการหลอกเงินมาจากเหยื่อได้ “นับล้าน XRP ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายแสนดอลลาร์” นอกจากนี้ยังมีการกล่าวว่ามีเหยื่อรายหนึ่งที่สูญเสียเหรียญ XRP จำนวน 15,000 เหรียญภายในธุรกรรมเดียวอีกด้วย

“ก่อนหน้านี้ทาง Ripple ได้ออกมาเรียกร้องให้ทาง YouTube จัดการหยุดการหลอกลวงเหล่านี้หลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลอกลวงต่อไปอีก แต่กระนั้นทาง Youtube ก็ออกมาปฏิเสธ แม้ว่าจะเหตุการณ์การฉ้อโกงนั้นจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่การตอบกลับของ Youtube นั้นก็ไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นทาง Ripple และนาย Garlinghouse จึงต้องเสียชื่อเสียง” อ้างอิงจากเอกสารการฟ้องร้อง

ก่อนหน้านี้ทาง Ripple นั้นได้ทำการส่งข้อความไปทาง Youtube เพื่อขอร้องให้มีการนำเอาบัญชีผู้ใช้งานที่ทำการโปรโมทกิจกรรมการฉ้อโกงเหล่านี้ออก แต่ทาง Youtube ล้มเหลวที่จะให้ความร่วมมือ

นอกเหนือจากนี้ทาง Ripple ยังกล่าวหาอีกด้วยว่าทาง Google มีส่วนช่วยให้มิจฉาชีพเหล่านั้นด้านการอนุญาตให้ยิงโฆษณาบนแพลทฟอร์ม และทำให้พวกเขาได้รับผลกำไรจากการหลอกลวงคน โดยเอกสารกล่าวว่า “ภายหลังจากที่ Youtube ได้รับช้อความเกี่ยวกับกิจกรรมการหลอกลวงเหล่านี้ในหลาย ๆ ครั้ง พวกเขาได้ขายโฆษณา และช่วยเอาโฆษณาในรูปแบบวีดีโอขึ้นบนแพลทฟอร์มให้กับมิจฉาชีพเหล่านี้ เพื่อให้มีเหยื่อสามารถเข้าถึงและเข้าชมวีดีโอหลอกลวงเหล่านี้ได้มากขึ้น”

เอกสารการฟ้องร้องดังกล่าวถูกยื่นให้กับศาลของรัฐบาลกลางเพื่อเรียกร้องให้ทาง YouTube ทำการปิดบัญชีของมิจฉาชีพเหล่านี้ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของ Ripple เพื่อโฆษราการฉ้อโกงเหล่านี้ และเรียกร้องให้มีการจัดการที่รวดเร็วกว่านี้

“ทางศาลควรที่จะบีบบังคับให้ทาง Youtube ทำตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายนี้ เพื่อยกเลิกนโยบายที่ตั้งใจจะไม่ให้ความร่วมมือ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแบรนด์ของ Ripple และนาย Garlinghouse และก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด้านการเงินต่อเหยื่อที่ถูกขโมยเงินไปโดยมิจฉาชีพเหล่านี้ หากทางศาลไม่สนใจที่จะตักเตือนและบังคับ Youtube ให้จัดการ การฉ้อโกงดังกล่าวก็จะไม่หยุด และก็จะมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกเป็นจำนวนมาก” อ้างอิงจากเอกสารยื่นฟ้อง

ภายหลังทาง Youtube ออกมาให้สัมภาษณ์กับ The Blockว่า “พวกเราจริงจังในการจัดการไม่ให้มีการใช้งานแพลทฟอร์มที่ผิด ๆ อย่างจริงจังอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเราค้นพบการละเมิดกฎของพวกเราบนแพลทฟอร์ม เช่นการฉ้อโกงหรือการแอบอ้าง”

เหรียญได้รับความเสียหาย และบริษัทต้องเสียชื่อเสียง…

เก็บกระเป๋า

สมาชิกของกลุ่มชุมชน XRP หายไป 63% หลังราคานั้นตกลงมากว่า 95% จากจุดสูงสุด

เมื่อราคาของ XRP นั้นได้ตกลงถึง 95% จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ สมาชิกจำนวนมากของชุมชนแฟนคลับของเหรียญ XRP นั้นได้ เก็บกระเป๋า แล้วก็ออกมาจากกลุ่มดังกล่าวไปแล้ว

ในช่วงสองปีให้หลัง Ripple นั้นได้สูญเสีย 63% ของสมาชิกในกลุ่ม อ้างอิงจากข้อมูลที่ถูกเก็บบน Telegram ของนักเทรดผู้ใช้นามปากกาว่า Aztek_Btc

เก็บกระเป๋า

ข้อมูลของเขานั้นบ่งชี้ว่าระหว่างในช่วงเดือนมิถุนายน 2018 และเดือนเมษายน 2020 นั้น มีกลุ่มชุนชนด้านเหรียญคริปโตหลัก ๆ บน Telegram เป็นจำนวนมากที่สูญเสียสมาชิกไป เนื่องจากว่าราคาของเหรียญที่ร่วงลงมาอย่างรุนแรง และมันก็ไม่มีอะไรดึงดูดพวกเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าเหรียญ XRP นั้นได้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งเหรียญคริปโตที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในปีนี้แล้ว หากนับตั้งแต่ตอนช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 นอกจากนี้ราคาของ XRP นั้นได้ร่วงลงมาถึง 95% จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนมกราคมปี 2018

เก็บกระเป๋า

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทผู้สร้างเหรียญ XRP ก็ยังเทขายเหรียญของพวกเขาท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้อีกด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ราคานั้นร่วงลงไปอีก

“เมื่อช่วงต้นปีนี้ CEO ของ Ripple นาย Brad Garlinghouse ได้เผยว่าทาง Ripple นั้นกำลังจะไม่อยู่ในภาวะกำไรอีก หากไม่ทำการขายเหรียญ XRP ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าการขายเหรียญ XRP นั้นสามารถช่วยทำให้บริษัทอยู่รอดได้” อ้างอิงจาก Messari

แม้ว่าทาง Ripple นั้นค่อนข้างที่จะมีความโปร่งใสในเรื่องของการขายเหรียญ XRP ของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าผู้ถือเหรียญนั้นก็จะไม่ค่อยชอบเท่าไรนักกับการเทขายเหรียญรายเดือนของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่านักลงทุนบางคนถึงขั้นขู่ที่จะ hard fork เหรียญ XRP แยกไปเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ทางบริษัทยังเคยออกมาประกาศว่าพวกเขานั้นไม่แคร์เรื่องราคาของ XRP และไม่สนใจเสียงจากชุมชนผู้ใช้งานเหรียญเลยด้วยซ้ำ

นอกเหนือจาก Ripple นั้น ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่สูญเสียความสนใจในตัว Litecoin ไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมีสมาชิกในชุมชนที่สูญหายไปถึง 67% จากกลุ่ม Telegram ส่วนกลุ่มด้านคริปโตอื่น ๆ นั้นก็ได้สูญเสียผู้คนไปราว ๆ 25-75% ของสมาชิกด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตนั้นก็ยังไม่ตาย…

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

Ripple ได้รับ XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญ ชุมชนคริปโตหวาดหวั่นเทขายราคาหล่นลง

แล้วเมื่อราคาของ XRP นั้นพุ่งขึ้นอย่างหนักนั้น ทำให้นักลงทุนต่างก็ออกมาแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า หลังจากที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นหล่นลงไปต่ำถึง 0.1140 ดอลลาร์เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยล่าสุดนั้นดูอย่างกับว่าราคาของ XRP นั้นได้พุ่งกลับขึ้นมาที่ 0.200789 ดอลลาร์แล้ว ซึ่งมากขึ้นกว่า 4.55% จากใน 1 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดที่น่าสังเกตก็คือทาง Ripple นั้นได้ปล่อยเหรียญ XRP ออกมาจาก escrow มาเป็นจำนวนถึง 1 พันล้านเหรียญเพื่อคัดออกมา
ขายรายเดือน ก่อนจะนำจำนวนที่ไม่ได้ขายใส่กลับเข้าคืนไปใน escrow ตามปกติ แต่ถ้าว่าครั้งนี้มันต่างกันออกไป เมื่อ
พวกเขานั้นได้ทำการเคลื่อนย้าย XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญจากกระเป๋า OTC ของพวกเขา ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

ซึ่งโดยอ้างอิงจาก Whale Alert นั้น มีเหรียญ XRP จำนวน 1 พันล้านเหรียญที่ถูกปล่อยออกมาจาก escrow ของ Ripple เป็นจำนวนทั้งหมดสองรอบด้วยกัน อย่างไรก็ดี ในภายหลังนั้นทาง Ripple ได้ทำการนำเอาเหรียญ XRP จำนวน 900 ล้านเหรียญใส่กลับเข้าไปใน escrow เกือบจะในทันทีทันใด โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 63ที่ผ่านมา ได้มีการโอนเหรียญ XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญ (ราวๆ โดยประมาณ 415 ล้านบาท) ไปยังกระเป๋าที่ไม่เคยทราบที่มา ซึ่งสงผลทำให้มีนักเทรดจำนวนมากออกมาตั้งคำถามว่าผู้ที่ได้รับเหรียญจำนวนดังกล่าวไปนั้นเป็นใคร

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

ทำให้เริ่มมีการสงสัยกันว่าผู้ที่ได้รับเหรียญ XRP ดังกล่าวไปนั้นเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ripple หรือนาย Jed McCaleb โดยเมื่อ
วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมานั้น นาย McCaleb ได้รับเหรียญ XRP อีกรอบเป็นจำนวนถึง 63.704 ล้าน XRP โดยเป็นที่คาดการณ์ว่าเขานั้นถือเหรียญ XRP เป็นจำนวนถึง 4.7 พันล้าน XRP และไม่สามารถนำมันไปขายได้ เนื่องจากข้อกฎหมายบางประการ

แต่ว่าล่าสุดนั้นมีผู้ที่ออกมาเผยถึงข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันมีเหรียญ XRP จำนวน 4.4 พันล้านเหรียญเท่านั้นที่อยู่ในกระเป๋าของนาย Jed McCaleb พร้อมตั้งคำถามว่าพวกเรายังคาดหวังให้ตลาดเป็นขาขึ้นอีกหรือ?

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้และนอกจากนี้ยังมีรายงานของ Whale Alert ที่ก่อนหน้านี้ออกมาเผยว่าข้อตกลงทางกฎหมายระหว่าง Ripple และนาย Jed McCaleb นั้นจะจบลงภายในปีนี้ และนั่นหมายความว่าเขานั้นจะสามารถเทขาย XRP ทั้งหมดได้นั่นเอง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการคาดกาณ์ว่านาย McCaleb ได้ทำการขาย XRP ไปแล้วถึง 19 ล้านเหรียญ

ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าหากเขาสามารถที่จะเทขายมันได้ในอนาคตนั้น มันจะส่งผลกระทบต่อราคาของเหรียญ XRP อย่างรุนแรงหรือไม่ นักลงทุนนั้นไม่ควรที่จะประมาท

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้…

ให้บัญชีบริษัทรวมทั้งบุคคล

บริษัทการโอนเงินระดับโลก MoneyGram ตั้งเป้าหมายขยายการใช้แรงงาน XRP และก็ RippleNet ให้บัญชีบริษัทรวมทั้งบุคคล

ให้บัญชีบริษัทรวมทั้งบุคคล

บริษัทด้านการโอนเงินระหว่างประเทศ MoneyGram ตระเตรียมขยายการใช้งาน Ripple แล้วก็ XRP ด้านซีอีโอนาย Alex Holmes พูดว่าทาง MoneyGram นั้นจัดเตรียมที่จะเปิดให้บริการโอนเงินโดยใช้ XRP ในแถบประเทศอื่นมากขึ้นเรื่อยๆและก็ใช้ประโยชน์จาก RippleNet ด้วย

“การร่วมมือกับ Ripple เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราได้เป็นผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัล P2P วอลุ่มของเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเตรียมที่จะขยายบริการไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เราตื่นเต้นที่จะประกาศว่าเราจะนำ RippleNet มาใช้กับฟีเจอร์ account-to-account การโอนเงินในปีนี้ 2020 ซึ่งจะยิ่งทำให้กระบวนการชำระเงินแบบเรียลไทม์ของเรารวดเร็วยิ่งกว่าเดิม” ซีอีโอของ MoneyGram กล่าว

ฟีเจอร์ account-to-account ถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารได้แม้ว่าบัญชีนั้นจะอยู่ในประเทศใดก็ตามทั่วโลก

แต่ทาง MoneyGram ยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าจะใช้ XRP มาใช้กับการโอนเงิน account-to-account นี้หรือไม่ซึ่งทางซีอีโอของ MoneyGram ก็แอบบอกมาว่าอาจจะแพร่ขยายบริการทั่วเอเชียและออสเตรเลีย

“เรากำลังทำการสำรวจตลาดอาเซียนและฟิลิปปินส์ ออสเตรเลียและญี่ปุ่นรวมถึงประเทศอื่นๆ กระบวนการชำระเงินที่เป็นปัญหาอีกอย่างหนค่งคือเวลาที่จะทำการชำระเงินต้องมีการแปลงเงินเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งมันไม่สะดวกถ้าหากว่าคุณต้องการได้สกุลเงินอื่นๆ เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลียหรือเปโซของฟิลิปปินส์ ถ้าใช้แพลตฟอร์ม XRP ก็ไม่ต้องมาเจอปัญหาเหล่านี้”

ทางด้าน Ripple ได้เข้าร่วมมือกับ MoneyGram มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้วและตอนนี้ MoneyGram ได้กลายผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ XRP มากที่สุด…

ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย

บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ได้สำเร็จ

บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP

ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท Ripple นั้นได้มีการเปิดเผยถึงผลการดำเนินการของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานดังกล่าวได้มีประเด็นสำคัญถึงการสร้างความเข้าใจถึงระบบการปล่อยเหรียญ XRP เข้าสู่ระบบของ Ripple ในแต่ละเดือนหรือที่เรียกว่าระบบ Escrow รวมทั้งรายงานข้อมูลอื่นๆอย่างเช่นปริมาณการเติบโตของตลาดสำหรับเหรียญ XRP รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างระบบเครือข่าย On-Demand Liquidity ของพวกเขาอีกด้วย

สำหรับระบบ Escrow ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่บุคคลภายนอกว่าทาง Ripple นั้นได้ถือครองเหรียญ XRP มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบนั้น กล่าวโดยสรุปคือระบบดังกล่าวนั้นเป็นเสมือนการวางระบบไว้บนเครือข่าย Blockchain ของ XRP สำหรับการปล่อยเหรียญให้แก่บริษัทเป็นจำนวน 1 พันล้านเหรียญต่อเดือน เป็นระยะเวลา 55 เดือน ทำให้เหรียญทั้งหมดที่จะไหลเข้าสู่ระบบของ Ripple นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 55 พันล้านเหรียญนั่นเอง

อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ตลาดโดยการที่ทางบริษัท Ripple นั้นตัดสินใจส่งเหรียญส่วนเกินจากการใช้งานของบริษัทกลับคืนสู่เครือข่าย โดยในช่วงเดือนแรกของไตรมาสนั้นได้ส่งกลับคืนถึง 100% จากที่ได้ถอนออกมาเลยทีเดียว โดยรวมทั้งไตรมาสนั้นได้ดำเนินการส่งคืนเหรียญรวมทั้งหมดกว่า 2.7 พันล้านเหรียญจากปริมาณที่ถอนมาทั้งหมด 3 พันล้านเหรียญนั่นเอง

สำหรับการดำเนินการโดยรวมในตลาดของเหรียญ XRP ในช่วงไตรมาสุดท้ายของปี 2019 นี้ทางบริษัทได้มียอดขายเหรียญลดลงกว่า 80% จากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 66.2 ล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่เพียง 13.08 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงปลายปีซึ่งราคา Bitcoin นั้นลดลงอย่างมากยังได้ส่งผลกระทบต่อเหรียญ XRP ให้ราคาลงไปอยู่ในช่วง 0.18 ดอลลาร์อีกด้วย อย่างไรก็ตามราคาได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 0.22 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

By Jitphanu Nakapatม.ค. 24, 2020
บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ได้สำเร็จ ข่าว RIPPLE180 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

Cointraffic

ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท Ripple นั้นได้มีการเปิดเผยถึงผลการดำเนินการของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานดังกล่าวได้มีประเด็นสำคัญถึงการสร้างความเข้าใจถึงระบบการปล่อยเหรียญ XRP เข้าสู่ระบบของ Ripple ในแต่ละเดือนหรือที่เรียกว่าระบบ Escrow รวมทั้งรายงานข้อมูลอื่นๆอย่างเช่นปริมาณการเติบโตของตลาดสำหรับเหรียญ XRP รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างระบบเครือข่าย On-Demand Liquidity ของพวกเขาอีกด้วย

สำหรับระบบ Escrow ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่บุคคลภายนอกว่าทาง Ripple นั้นได้ถือครองเหรียญ XRP มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบนั้น กล่าวโดยสรุปคือระบบดังกล่าวนั้นเป็นเสมือนการวางระบบไว้บนเครือข่าย Blockchain ของ XRP สำหรับการปล่อยเหรียญให้แก่บริษัทเป็นจำนวน 1 พันล้านเหรียญต่อเดือน เป็นระยะเวลา 55 เดือน ทำให้เหรียญทั้งหมดที่จะไหลเข้าสู่ระบบของ Ripple นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 55 พันล้านเหรียญนั่นเอง

อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ตลาดโดยการที่ทางบริษัท Ripple นั้นตัดสินใจส่งเหรียญส่วนเกินจากการใช้งานของบริษัทกลับคืนสู่เครือข่าย โดยในช่วงเดือนแรกของไตรมาสนั้นได้ส่งกลับคืนถึง 100% จากที่ได้ถอนออกมาเลยทีเดียว โดยรวมทั้งไตรมาสนั้นได้ดำเนินการส่งคืนเหรียญรวมทั้งหมดกว่า 2.7 พันล้านเหรียญจากปริมาณที่ถอนมาทั้งหมด 3 พันล้านเหรียญนั่นเอง

สำหรับการดำเนินการโดยรวมในตลาดของเหรียญ XRP ในช่วงไตรมาสุดท้ายของปี 2019 นี้ทางบริษัทได้มียอดขายเหรียญลดลงกว่า 80% จากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 66.2 ล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่เพียง 13.08 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงปลายปีซึ่งราคา Bitcoin นั้นลดลงอย่างมากยังได้ส่งผลกระทบต่อเหรียญ XRP ให้ราคาลงไปอยู่ในช่วง 0.18 ดอลลาร์อีกด้วย อย่างไรก็ตามราคาได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 0.22 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

อีกทั้งเครือข่ายผู้ใช้งาน On-Demand Liquidity ของบริษัทนั้นยังได้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปริมาณลูกค้าของเครือข่ายดังกล่าวยังได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่เข้าใช้บริการดังกล่าวของบริษัทนั้นได้แก่ MoneyGram, goLance, Viamericas, FlashFX และ Interbank Peru เป็นต้น รวมถึงมูลค่าและปริมาณธุรกรรมในระบบที่เพิ่มขึ้นจากในช่วงไตรมาสสามของปี 2019 กว่า 650% และ 390% ตามลำดับอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก ปริมาณการซื้อขายเหรียญ XRP จากทางบริษัทต่อวันโดยเฉลี่ยนั้นมีท่าทีลดลงเล็กน้อยจากในช่วงไตรมาสก่อน จากปริมาณกว่า 198.10 ล้านดอลลาร์ต่อวันมาอยู่ที่ 187.34 ล้านดอลลาร์ต่อวัน โดยปริมาณการซื้อขายต่อวันในตลาดปัจจุบันนั้นเมื่ออ้างอิงตาม CoinMarketCap แล้วนั้นอยู่ราวๆ 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งลดลงอย่างมากเนื่องจากทางแหล่งข้อมูลอย่าง CoinMarketCap นั้นได้เปลี่ยนแปลงมาตรการการคำนวนปริมาณการซื้อขายใหม่เพื่อคัดกรองข้อมูลซึ่งเกินจริงออกจากระบบ

สำหรับอัตราความผันผวนของราคาเหรียญ XRP นั้น อ้างอิงจากรายงานได้แสดงให้เห็นว่าลดลงเล็กน้อยจากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 3.6% มาสู่ 3.1% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราดังกล่าวของเหรียญอื่นๆอย่าง Bitcoin ที่ 3% และ Ethereum ที่ 3.1% นั่นเอง อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยทางด้านการเติบโตของตลาดอนุพันธ์ของเหรียญดังกล่าวอาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับดังกล่าวในช่วงไตรมาสถัดไปได้นั่นเอง…

นักลงทุนต้องพินาศย่อยยับ

Ripple ตัดพ้อ คดีเรื่องเหรียญ XRP ว่าเป็นหลักทรัพย์อาจส่งผลกระทบแรง นักลงทุนต้องพินาศย่อยยับ

นักลงทุนต้องพินาศย่อยยับ

ในขณะนี้ Ripple ยังคงยุ่งไปกับการต่อสู้คดีในปี 2018 ที่กล่าวหาว่า XRP นั้นเป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนที่ถูกต้อง

Ripple นั้นได้ถูกกดดันจากนักลงทุนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้เรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเป็นค่าเสียหายที่เกิดจากอะไร

โดยนาย Bradley Sostack กล่าวหาว่าบริษัท Ripple ได้ขายเหรียญ XRP อย่างผิดกฎหมายและเป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียน แต่ Ripple ก็ได้อ้างว่าเหรียญ XRP นั้นไม่ใช่หลักทรัพย์ทางการเงินและกล่าวว่าการอ้างสิทธิ์นั้นยังไม่มีความชัดเจนมากพอ นอกจากนี้บริษัทยังกล่าวอีกด้วยว่าการฟ้องร้องคดีในประเด็นนี้จะเป็นการละเมิดข้อจำกัดและจะต้องได้รับการยื่นภายใน 3 ปี นับจากการเสนอขายโปรเจคเหรียญ ICO ครั้งแรกของ XRP ในปี 2013

อย่างไรก็ตามทีมกฎหมายของ Sostack ได้แย้งว่ากฎเกณฑ์ข้อจำกัดนั้นไม่ถูกต้องเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า Ripple ยังคงขายเหรียญ Xrp ของพวกเขาต่อไป

ในขณะเดียวกัน Ripple ก็อ้างว่าการจัดประเภท XRP เป็นหลักทรัพย์นั้นอาจทำลายตลาดของ XRP ทั้งหมดได้ โดยรายงานจากทีมกฎหมายของ Ripple ระบุว่า :

“เมื่อ Sostack ได้รับอนุญาตให้จัดประเภทสินทรัพย์ของ XRP มันไม่เพียงแต่จะทำลายยูทิลิตี้ของ XRP เท่านั้น แต่มันจะเป็นการเพิ่มโอกาสในทำลายตลาด XRP ในวงกว้างขึ้นอีกด้วย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันจะทำลายมูลค่าของเหรียญ XRP (ดังนั้นไม่สงสัยเลยว่านักลงทุนหลายคนจะไม่เห็นด้วยกับ [Sostack]) “

นาย Jake Chervinsky ที่ปรึกษาทั่วไปของแพลตฟอร์มสินเชื่อคริปโตกล่าวว่า มันยังไม่ชัดเจนว่าผู้พิพากษาจะใช้เวลาพิจารณาคดีของ Ripple นานแค่ไหน แต่เขาเตือนว่าอาจใช้เวลาสักพักใหญ่

“ตามปกติแล้วผู้พิพากษามักจะ ‘รับเรื่องภายใต้การยินยอม’ ซึ่งหมายความว่าผู้พิพากษาจะออกคำตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลัง โดยอาจใช้เวลาเป็นวัน , สัปดาห์หรือเป็นเดือนก็เป็นได้”

นักลงทุนต้องพินาศย่อยยับ

จัดอันดับให้บริษัท

Fortune จัดอันดับให้บริษัท Ripple เป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในปี 2020

Fortune จัดอันดับให้บริษัท Ripple 

เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทด้านบล็อกเชนยักษ์ใหญ่ด้านบล็อกเชนที่เรารู้จักกันดี ‘ Ripple’ ได้ติดโผอยู่ในรายชื่อหนึ่งในสถานที่การทำงานขนาดเล็กและขนาดกลางที่ดีที่สุดในซานฟรานซิสโก โดยนาย Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple กล่าวว่า “ทุกวันนี้เขารู้สึกต่ำต้อยอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่มีความสามารถอย่างไม่น่าเชื่อของบริษัท”

ปัจจุบัน Ripple เป็นบริษัทด้านคริปโตเคอเรนซี่เพียงบริษัทเดียวที่มีรายชื่อติดอยู่ในอันดับที่ 25 ของ Fortune สำหรับสถานที่การทำงานที่ดีที่สุดของปีนี้

“บริษัทมีการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใสอยู่เสมอสำหรับพนักงาน ซึ่งเป็นไปด้วยดีสิ่งที่ดีและไม่ดี ซึ่งบริษัทมีการมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการซื่อสัตย์กับตัวเอง ซึ่งนั้นได้ช่วยให้บริษัทเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง” หนึ่งในคำกล่าวยกย่องบริษัท Ripple

ความก้าวหน้าของบริษัท Ripple
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมาทาง Fortune ได้จัดอันดับให้ Ripple เป็นหนึ่งในบริษัทบริเวณเขตเบย์แอเรียที่ดีที่สุดสำหรับการทำงาน ซึ่งนั่นเป็นการแซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่น ๆ เช่น Nvidia และ Hilton

นอกจากนั้นแล้วในเดือนเดียวกันนี้นิตยสารด้านธุรกิจชื่อดัง Forbes ก็ได้ตีพิมพ์ลิสต์บริษัทนามว่า Fintech 50 โดยชูบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดแห่งปี 2019 และรวมถึงบริษัทด้าน blockchain ทั้งหมด 6 บริษัท ซึ่งหนึ่งในนั้นมี Ripple ติดโผอยู่ด้วย :

-IT Technology Review ได้ใส่ชื่อของ Ripple เข้าไปในลิสต์ “50 บริษัทที่ฉลาดที่สุดแห่งปี 2014“

-เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 Ripple นั้นได้รับรางวัลจาก World Economic Forum เนื่องในโอกาสที่พวกเขาเป็น “Technology Pioneer” โดยรางวัลดังกล่าวจะถูกมอบให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีทั่วโลกที่สามารถแสดงถึงความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน รวมถึงการสร้างโซลูชั่นในการพัฒนาสังคมและอนาคตอีกด้วย

-เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 Ripple ได้อยู่บนลิสต์ “Fintech 50” ของ Forbes ซึ่งนั่นหมายความว่าปีนี้ถือเป็นครั้งที่สอง

-เมื่่อเดือนมิถุนายนปี 2016 นิตยสาร Fortune เรียก Ripple ว่าเป็นหนึ่งใน “5 บริษัทด้าน Fintech ที่ร้อนแรงที่สุด“

ย้อนกลับไปในเดือนกันยายนปี 2012 นาย Chris Larsenและนาย Jed McCaleb ได้ก่อตั้งบริษัทด้านฟินเท็คนามว่า OpenCoin ขึ้นมาหลังจากนั้นเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2013 นาย McCaleb ก็ลาออกจากบริษัทตัวเองและเมื่อวันที่ 26 กันยายนในปีเดียวกัน OpenCoin ก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น Ripple Labs (“Ripple”)

Ripple เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นอย่างมากที่จะปฏิวัติระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิม ซึ่งบริษัทได้เปิดตัวการระดมทุนสตาร์ทอัพและได้รับเงินทุนเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ จนกระทั่งในปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 10,000 ล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้

ในปี 2019 บริษัท Ripple มีพนักงานในอเมริกาอยู่ที่ราว ๆ 235 คน แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทก็ได้สูญเสียสมาชิกในทีมคนสำคัญไปบางส่วน รวมถึงนาย Evan Schwartz ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี Interledger ซึ่งเขาได้มีทำงานร่วมกับบริษัท Ripple มายาวนานถึง 6 ปีครึ่งเลยทีเดียว

จัดอันดับให้บริษัท

ไม่ใช่หลักทรัพย์

Ripple ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ย้ำ XRP ไม่ใช่หลักทรัพย์

ย้ำ XRP ไม่ใช่หลักทรัพย์

อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า Ripple นั้นกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีทางศาลอยู่ซึ่งมีนักลงทุนกล่าวหาว่า Ripple นั้นเป็นหลักทรัพย์ ทำให้ Ripple จะต้องไปขึ้นศาลอีกทีในปีหน้า
ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดคือทาง Ripple ได้ร้องขอต่อศาลให้ยกคำร้องว่า Ripple นั้นเสนอขายหลักทรัพย์ซึ่งผิดกฎหมาย อ้างอิงจากไฟล์เอกสารใหม่ของ Ripple
ก่อนหน้านี้ทาง Ripple ก็ออกมาโต้แย้งว่าคดีนี้ถูกยื่นฟ้องช้าไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด Ripple กล่าวว่ากฎหมายจะยกฟ้องบริษัทจากการร้องเรียนทางกฎหมายใด ๆ ในศาลหลังจากสามปี นับตั้งแต่บริษัทได้มีการเสนอขายโทเค็นเป็นครั้งแรก
ตามที่ Ripple กล่าวนั่นหมายความว่าคดีจะต้องถูกยกฟ้องไปภายในสามปีนับแต่การขาย XRP ครั้งแรกซึ่งเกิดขึ้นในปี 2013 และล่าสุดนี้ Ripple ได้ออกมาให้เหตุผลยืนยันคำให้การของตนลงบนเว็บไซต์ scribd เอาไว้
ทั้งนี้ Ripple นั้นออกมายืนยันอยู่ตลอดว่า XRP ไม่ใช่หลักทรัพย์โดยได้กล่าวว่า:
“XRP ไม่ใช่หลักทรัพย์และมันไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ของความเคลื่อนไหวนี้ และแม้ว่า XRP เป็นหลักทรัพย์การฟ้องร้องคดีของโจทก์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
อย่างไรก็ตามประเด็นที่ว่า XRP นั้นเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ยังคงถกเถียงกันอยู่ท่ามกลางอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี แต่ที่แน่ ๆ ก็ได้มีนักลงทุนและผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโตได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเทขายเหรียญ XRP ของ Ripple ด้วยโดยกล่าวหาว่า XRP นั้นเป็นหลักทรัพย์และ Ripple ก็ใช้ XRP เป็นเครื่องมือในการเข้าซื้อบริษัทอื่น ๆ

 …